<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ธุรกิจ sme แฟรนไชส์ franchise</title>
	<atom:link href="http://www.smessmart.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.smessmart.com</link>
	<description>ทุกเรื่องธุรกิจ! เริ่มต้นที่นี่ แหล่งรวม ธุรกิจ sme smes เอสเอ็มอี สมาร์ท franchise แฟรนไชส์ otop โอท็อป บทความ ข่าวสาร ธุรกิจ แผนธุรกิจ ตัวอย่างแผนธุรกิจ sample business plan ดาวน์โหลดแผนธุรกิจ download business plan บริการ รับทำแผนธุรกิจ รับเขียนแผนธุรกิจ ทุกประเภทธุรกิจ อุตสาหกรรม smessmart PR ธุรกิจ Thailand</description>
	<lastBuildDate>Wed, 03 Oct 2012 20:53:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.4.2</generator>
		<item>
		<title>การเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว กับการเปิดตลาดใหม่ในตลาดสด</title>
		<link>http://www.smessmart.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%95.html#utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b4%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2598%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25aa%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595</link>
		<comments>http://www.smessmart.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%95.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 03 Oct 2012 20:47:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>SMEssmart</dc:creator>
				<category><![CDATA[SMEs Zone]]></category>
		<category><![CDATA[Start SMEs]]></category>
		<category><![CDATA[การทำธุรกิจส่วนตัว]]></category>
		<category><![CDATA[การเปิดตลาดใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[การเริ่มต้นธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[การเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดสด]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจส่วนตัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.smessmart.com/?p=3535</guid>
		<description><![CDATA[<p>SMEssmart!</p><p>มีคำถามมากมาย กับการเริ่มต้นทำ ธุรกิจส่วนตัว โดยการเปิดตลาดใหม่ ซึ่งก็ถือว่าเป็นคำถามที่ทุกคนก็อยากจะรู้คำตอบ ว่าควรเริ่มต้นอย่างไร </p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>SMEssmart!</p><p><strong>ซึ่งไม่ใช่ตลาดทั่วไป แต่เป็นตลาดสด เพื่อจำหน่ายให้กับบรรดา พ่อค้า แม่ค้า รวมถึง พ่อบ้าน แม่บ้านที่มาจับจ่ายใช้สอยหาซื้อไปประกอบอาหารที่บ้าน เป็นต้น </strong></p>
<p>การเปิดสินค้าในตลาดสด ซึ่งก็ไม่เหมือนกับตลาดค้าปลีกทั่วไป ที่มีแหล่งจำหน่ายทั่วไป หรือจะเรียกว่ามีช่องทางตลาดที่กว้างกว่า แต่การเปิดขายในตลาดสด ก็มีข้อจำกัดอยู่หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพื้นที่การวางจำหน่าย คู่แข่งขันในตลาด ฐานลูกค้า ความนิยมในตราสินค้าที่ติดตลาดอยู่แล้ว รวมไปถึงเรื่องการกำหนดราคาทั้งขายปลีกและส่ง การให้เครดิต และที่ขาดไม่ได้คือ คุณภาพของสินค้าต้องได้รับการยอมรับ ซึ่งจากการสอบถามผู้รู้ รวมถึงคำแนะนำต่างๆ ที่ได้จากผู้มีประสบการณ์ ก็ได้รับคำแนะนำว่า การจะเริ่มต้นทำ<strong>ธุรกิจส่วนตัว</strong> เพื่อเปิดตลาดสินค้าในตลาดสดนั้น มันก็มีหลายแนวทางที่สามารถทำได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น รวมถึงจะต้องสามารถตอบโจทย์คำถาม 5 ข้อ นี้ให้ได้เสียก่อน คือ</p>
<ol>
<li>คุณมีความพร้อมเพียงใดในการเริ่มต้นธุรกิจ</li>
<li>สินค้าของคุณดีอย่างไร</li>
<li>ทำไม่ลูกค้าถึงต้องซื้อสินค้าของคุณ</li>
<li>วิธีที่จะนำสินค้าเข้าสู่ตลาดจะทำอย่างไร</li>
<li>คุณจะแ่ข่งขันในตลาดอย่างไร</li>
</ol>
<p>ซึ่งเมื่อตอบโจทย์คำถามได้แล้ว ก็ต้องมาพิจารณาส่วนของคำตอบว่ามีเหตุผลรองรับที่เพียงพอหรือไม่อย่างไร โดยการนำแนวคำตอบที่ได้ไปปรึกษาหรือสอบถามคนรอบข้างข้างหรือผู้ที่มีประสบการณ์ว่ามีข้อคิดเห็นอย่างไร เพียงพอหรือไม่ ต้องปรับปรุงหรือมีข้อแนะนำอย่างไร เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาทำสินค้าเข้าสู่ตลาด และการใช้ความพยายามที่จะต้องคิดทบทวนเกี่ยวกับแนวทางของคำตอบหรือแผนงานต่างๆ จากคำถาม ก็จะยิ่งสร้างความมั่นใจในการเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างรัดกุมและมีความรอบคอบมากยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นการตอกย้ำถึงความมั่นใจได้เป็นอย่างดี ว่าถ้าเราเริ่มแล้ว เราจะมีโอกาสอยู่ในตลาดธุรกิจนี้ได้หรือไม่ อย่างไร</p>
<p>และนี่ก็คือคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์เกี่ยวกับธุรกิจในตลาดสด มาให้คำแนะนำเพื่อเป็นมุมมองและให้แง่คิดเกี่ยวกับการเริ่มต้นธุรกิจ กับการเปิดตลาดใหม่ เพื่อค้าส่งในตลาดสด เป็นอย่างไรบ้าง</p>
<p>เรามาเริ่มจากท่านแรก ได้ให้คำแนะนำว่า ลองไปเดินไปตลาดสดดูก่อนว่าสินค้าที่จะำนำมาขาย มีอยู่ในตลาดหรือไม่ ถ้ามี มีกี่ราย กี่ยี่ห้อ และก็ลองตั้งคำถามกับพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดสด ดูก่อนว่า ถ้าผมเอาสินค้านี้มาขายให้ สนใจสั่งซื้อหรือไม่ ถามให้รู้ไปเลย ทำเหมือนกับเป็นเซล แนะนำสินค้า แล้วลองนำผลตอบรับมาพิจารณา ถึงโอกาสและความเป็นไปได้</p>
<p>ท่่านที่สอง ก็ได้แนะำนำว่า การทำสินค้าเพื่อไปจำหน่ายในตลาดสด ปัจจุบันมีการแข่งขันสูง ซึ่งก็มีเจ้าตลาดอยู่หลายราย การนำสินค้าเ้้ข้าไปแชร์ส่วนแบ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งจะ้ต้องมีทุนและกำลังทรัพย์ที่สามารถแข่งขันในตลาดได้ และในปัจจุบันผู้ผลิตหรือเจ้าของสินค้าที่ทำการแข่งขันในตลาดปัจจุบันจะใช้กลยุทธ์ด้านราคาเป็นหลัก รวมไปถึงเงื่อนไขของการให้เครดิตสินค้า ความสม่ำเสมอ รวมไปถึงคุณภาพสินค้าดีกว่า ประกอบกับปัจจุบันผลกระทบด้านราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น จึงเริ่มส่งผลกระทบต่อธุรกิจ แต่เนื่องจากมีฐานลูกค้าประจำ จึงสามารถหมุนเวียนในธุรกิจนี้ได้ โดยสรุปแล้ว ไม่แนะนำให้เข้าสู่ธุรกิจนี้ เพราะโอกาสเจ๊งมีสูง แต่ถ้าจะเริ่มต้นทำธุรกิจนี้จริงๆ ขอให้เน้นการแข่งขันด้านคุณภาพมากกว่าแข่งขันด้านราคา น่าจะไปได้ แต่ต้องใช้เวลา</p>
<p>ท่านที่สาม  มีความเห็นเสริมว่า ควรเน้นที่คุณภาพดีกว่า เพราะเรื่องราคาวัตถุดับมีความผันผวนมาก และปัจจุบันเศรษฐกิจทุกวันนี้ไม่เหมือนก่อน การทำการค้ามีโอกาสขาดทุนมากกว่ากำไร แต่ก็ได้ให้แนวทางว่าถ้าจะทำกันจริงๆ ลองหาวิธีเ่ช่าแผงขายในตลาดใหญ่ๆ ให้ได้ก่อน แล้วรับสินค้าที่เราคิดว่าจะทำสินค้ามาขายแข่ง มาลองขายดูก่อน โดยรับมาทุกยี่ห้อ เืพื่อให้รู้ถึงความต้องการของตลาดและการตอบรับของลูกค้าว่ายี่ห้อใดขายดี และขายดีเพราะอะไร จากนั้นก็เริ่มผลิตสินค้าของเราออกมาจำหน่ายร่วมกับสินค้ายี่ห้ออื่นๆ เพื่อทดสอบตลาดและเป็นทางเลือกให้ลูกค้าได้ทดลองสินค้าใหม่ของคุณ ก็จะเริ่มเป็นที่รู้จักและสามารถทำตลาดได้ เมื่อสินค้าดีจริง ก็สามารถขยายตลาดโดยการขายส่งให้กับแผงร้านค้าอื่นๆ เพื่อนำไปขายต่อ หลังจากนั้น ก็พิจารณาในเรื่องของการผลิตและขายส่งต่อไป แนวทางนี้ก็น่าจะดีกว่า</p>
<p>จากแนวทางที่ได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการเริ่มต้น<strong>ธุรกิจส่วนตัว</strong> และการเปิดตลาดใหม่ในตลาดสด คงเป็นคำแนะนำที่สามารถช่วยไขข้อข้องใจให้กับใครหลายคนที่สนใจอยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจในตลาดสดกันไม่มากก็น้อยนะครับ หากมีความตั้งใจจริง ก็คงไม่ยากเกินความสามารถ ขออย่างเดียวอย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค วันหนึ่งก็คงเป็นวันของเราจนได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>บทความโดย :  <a title="การเริ่มต้นธุรกิจ" href="http://www.smesplannet.com" target="_blank">SMEsplannet</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.smessmart.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%95.html/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แผนธุรกิจเคล็ด(ไม่)ลับกับ การเขียนแผนธุรกิจ สำหรับมือใหม่จริงๆ</title>
		<link>http://www.smessmart.com/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1.html#utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%259c%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2598%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2588%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a5%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b1</link>
		<comments>http://www.smessmart.com/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 06 Sep 2012 16:29:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>SMEssmart</dc:creator>
				<category><![CDATA[Hi light]]></category>
		<category><![CDATA[How to Biz plan]]></category>
		<category><![CDATA[SMEs Biz Plan]]></category>
		<category><![CDATA[การเขียนแผนธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[การเขียนแผนธุรกิจมือใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับการเขียนแผนธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดไม่ลับกับการเขียนแผนธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.smessmart.com/?p=3518</guid>
		<description><![CDATA[<p>SMEssmart!</p><p>ผู้ประกอบ ผู้บริหาร หรือ นักศึกษาที่อยากจะลองเขียนแผนธุรกิจที่เป็นของตัวเอง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยเขียนแผนธุรกิจมาก่อน การเขียนแผนธุรกิจ</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>SMEssmart!</p><div id="attachment_3519" class="wp-caption alignleft" style="width: 389px"><a href="http://www.smessmart.com/smes-business-plan/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1.html/attachment/a-business-plan" rel="attachment wp-att-3519"><img class="size-full wp-image-3519" title="a-business-plan" src="http://www.smessmart.com/wp-content/uploads/2012/09/a-business-plan.jpg" alt="การเขียนแผนธุรกิจ" width="379" height="316" /></a>
<p class="wp-caption-text">การเขียนแผนธุรกิจ</p>
</div>
<p><strong>ผู้ประกอบ ผู้บริหาร หรือ นักศึกษาที่อยากจะลองเขียนแผนธุรกิจที่เป็นของตัวเอง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยเขียนแผนธุรกิจมาก่อน แน่นอนว่าทุกท่านคงจะเกิดความกังวลใจเกี่ยวกับ <a title="การเขียนแผนธุรกิจ" href="http://www.smesplannet.com/business_plan/%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%9B_%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88/" target="_blank">การเขียนแผนธุรกิจ</a> ว่าจะเริ่มต้นเขียนมันออกมาอย่างไร ซึ่งความกังวลหรือความกลัว ถือเป็นสิ่งแรกที่จะทำให้คุณพบอุปสรรคอย่างใหญ่หลวง ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเขียนกันเลยทีเดียว</strong></p>
<p>ฉะนั้น เราขอแนะนำว่าควรตัดความกังวลหรือความกลัวออกไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่คุณกำลังคิดก่อนจะเริ่มต้นเขียนแผนธุรกิจ เช่น ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ไม่รู้ว่าเขียนออกมาแล้วมันจะใช้ได้หรือเปล่า หรือ จะใช้ภาษาเขียนแบบไหน ไม่ค่อยถนัด และอีกหลายๆ เรื่องที่คุณคิดอยู่ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเขียนแผนธุรกิจ และไม่มีที่ปรึกษาด้านการเขียนแผนงานธุรกิจ จำเป็นจะต้องเริ่มต้นด้วยตัวเอง ถ้าคุณสามารถเขียนแผนธุรกิจออกมาได้อย่างระเอียดและน่าสนใจ ด้วยความพยายามที่จะนำเสนอมุมมอง ความคิดในเชิงธุรกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่ สามารถนำเสนอแนวทางการดำเนินธุรกิจที่น่าสนใจและท้าทายความสามารถ และหากมันคือแนวคิดที่ดีและยังไม่เคยมีการทำตลาดมาก่อน ก็ยิ่งจะสร้างแรงจูงใจ และให้ดูมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นในเชิงของความแตกต่าง แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการนำเสนอรายละเอียดที่จะต้องสามารถจับต้องได้ มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน สามารถตอบโจทย์ในรายละเอียดของธุรกิจได้ทุกขั้นตอน และที่สำคัญ คือจะต้องมีการวางแผนที่ดี ไม่ว่าจะเป็นแผนการดำเนินงาน แผนการตลาดและแผนการเงิน ที่จะต้องสามารถสรุปเนื้อหาได้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร สามารถดำเนินธุรกิจไปได้ตลอดรอดฝั่ง และเดินไปสู่เป้าหมายได้อย่างไม่มีปัญหา</p>
<p>เรามีเทคนิคที่จะแนะนำแนวทางให้ท่านสามารถเริ่มต้นเขียนแผนธุรกิจได้ คุณจะได้รับแนวคิดเกี่ยวกับการเริ่มต้นดำเนินการที่ดีเกี่ยวกับเนื้อหาและมุมมองของคุณจะต้องสามารถใส่แนวคิดที่ยอดเยี่ยมและเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้ แล้วเราจะรอช้าอยู่ทำไม ฉะนั้นเรามาเริ่มกันเลย กับเคล็ดลับการเริ่มต้นเขียนแผนธุรกิจ สำหรับมือใหม่ โดยมีเคล็ดลับ ดังต่อไปนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>1.  การหาโครงสร้างการเขียนแผนธุรกิจ ที่เรียบง่าย</h2>
<p>การหาโครงสร้างแผนธุรกิจที่มีให้ดาวน์โหลดกันมากมาย ซึ่งมีทั้งแบบเต็ม หมายถึง เป็นโครงสร้างแผนธุรกิจที่ค่อยข้างละเอียด มีรายละเอียดที่สลับซับซ้อน สามารถให้มุมมองในการนำเสนอที่หลากหลาย ถ้าเป็นแผนธุรกิจสำหรับผู้เริ่มต้นหัดเขียนใหม่ ก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะมันยากเกินกว่าที่ผู้เริ่มต้นจะสามารถให้รายละเอียดได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ได้ ซึ่งอาจจะใช้เป็นเพียงแนวทางในการนำเสนอ หรือเลือกหัวข้อหรือโครงสร้างการนำเสนอมาเป็นรายละเอียดเสริมเข้าไปได้ ก็น่าจะเป็นแนวทางที่ดี และ<a title="โครงสร้างแผนธุรกิจแบบง่าย" href="http://www.smesplannet.com/business_plan/%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%9B_%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88/" target="_blank">โครงสร้างแผนธุรกิจแบบง่าย</a> ที่มีรายละเอียดไม่ซับซ้อน แบ่งเป็นหัวข้อแต่ละเรื่อง สามารถทำความเข้าใจได้ง่าย และให้ข้อมูลในรายละเอียดของแผนธุรกิจได้อย่างครบถ้วนเช่นเดียวกัน ถือว่าเป็นแบบที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นเขียนแผนธุรกิจมือใหม่</p>
<p>การเริ่มต้นเขียนแผนธุรกิจตามโครงสร้างแผนธุรกิจแบบง่าย นั้น ขอแนะนำว่า ให้เขียนอะไรลงไปก่อนก็ได้ ไม่จำเป็นจะต้องเรียงตามหัวข้อ เพราะไม่อย่างนั้น แผนธุรกิจของคุณก็จะหยุดอยู่กับข้อที่  1 นานจนทำให้คุณไม่สามารถเขียนแผนธุรกิจได้สำเร็จ ให้เขียนสิ่งที่คุณคิด โดยไม่จำเป็นจะต้องเรียงลำดับ เขียนลงไปก่อน แล้วนำมาอ่าน แล้วค่อยนำมาเรียบเรียงอีกครั้ง โดยจัดรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาก่อนและหลังและสรุปเนื้อหาท้ายประโยค ก็จะได้เนื้อหาที่สมบูรณ์มากขึ้น โดยเราขอแนะนำหลักการเขียนเนื้อหาอย่างง่าย เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการเขียนบรรยายรายละเอียดในเนื้อหาแต่ละตอน ก็คือ เนื้อหาขึ้นต้น เนื้อหาบรรยายรายละเอียด และเนื้อหาสรุป ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหารูปประโยคสั้นหรือยาว ก็พยายามยึดหลักการนี้ ก็จะทำให้เนื้อหาดูมีหลักการและสร้างความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>2.  การเขียนบทสรุปผู้บริหาร</h2>
<p>ให้ความสำคัญกับการเขียน<a title="บทสรุปผู้บริหาร" href="http://www.smesplannet.com/business_plan/%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%9B_%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88/" target="_blank">บทสรุปผู้บริหาร</a> เพราะถือว่าเป็นการสรุปแนวคิดทั้งหมดของธุรกิจที่คุณกำลังจะเริ่มต้นทำธุรกิจ โดยสรุปออกมาในรูปแบบของคำบรรยายในรายละเอียดตั้งแต่ เรื่องราวธุรกิจ จุดเริ่มต้นของแนวคิด โอกาสธุรกิจและความเป็นไปได้ แนวทางที่จะทำ จะดำเนินการอย่างไร มีการบริหารจัดการอย่างไร มีการวางแผนการทำตลาดอย่างไร ใช้แผนกลยุทธ์อะไรในการเข้าทำตลาด  มีการลงทุนในด้านใดบ้าง สรุปการประมาณการรายได้ ค่าใช้จ่าย กำไร ขาดทุน และสิ่งที่คาดว่าจะได้รับจากผลการดำเนินงาน และระยะเวลาคืนทุน หมายถึง สิ่งที่ลงทุนไปแล้วทั้งหมด นำมาเปรียบเทียบกับผลประกอบการ ที่ได้ในแต่ละปี จนกว่าจะมีค่าเท่ากัน นั่นก็คือระยะเวลาคืนทุน หรือจะเรียกอีกอย่างก็คือ ระยะเวลาที่เราได้เงินกับมาเท่ากับจำนวนเงินที่ลงทุนไป นั้นเองครับ บทสรุปผู้บริหารที่ดีไม่ควรเกิน 2 หน้า หรือประมาณ 1 หน้า ครึ่ง ถือว่าโอเค ครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>3.  การให้ความสำคัญกับรูปแบบการนำเสนอแผนธุรกิจ</h2>
<p><a title="การเขียนแผนธุรกิจ" href="http://www.smesplannet.com/business_plan/%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%9B_%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88/" target="_blank">หลังจากการเขียนแผนธุรกิจ</a> ตามโครงสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณควรจะให้ความสำคัญกับรูปแบบของแผนธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการทำรูปเล่ม ปก การจัดรูปแบบ และการนำเสนอรายละเอียดทั้งแบบขาวดำและสี การจัดสารบัญอย่างเป็นระเบียบ เรียบร้อย ดูง่าย การจัดหัวกระดาษและท้ายกระดาษ อย่างเป็นระเบียบ หัวกระดาษจะต้องมีชื่อบริษัท บนหัวกระดาษ และท้ายกระดาษ จะต้องมีเลขหน้าทุกหน้า ทั้งหมดนี้ก็จะยิ่งทำให้แผนธุรกิจของคุณดูน่าสนใจขึ้นมาทันที ซึ่งอาจจะไปว่าจ้างมืออาชีพ หรือร้านออกแบบสิ่งพิมพ์ ให้ช่วยจัดรูปเล่มให้ เพื่อให้ออกมาดูเป็นมืออาชีพ สวยงาม ซึ่งประเด็นสำคัญก็คือ ก่อนที่จะนำไปจัดรูปเล่ม คุณจะต้องแน่ใจว่าได้ทำการตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาดด้านไวยากรณ์และการสะกดอย่างระมัดระวัง เพราะมันอาจจะส่งผลในเชิงลบกับคุณและธุรกิจของคุณได้อย่างไม่น่าให้อภัยเลยทีเดียว</p>
<p>วิธีที่ดีที่สุด ก่อนนำไปจัดทำเป็นรูปเล่มสมบูรณ์ ควรให้ผู้ใกล้ชิดหรือคนรู้จัก เพื่อนฝูงที่พอจะทำความเข้าใจในรายละเอียดหรือแนวคิดของคุณได้อ่านก่อน ยิ่งถ้าได้ที่ปรึกษาที่ดี ก็จะเป็นการดีในการที่จะให้คำแนะนำว่าเป็นอย่างไร มีอะไรต้องเพิ่มเติมหรือขาดหายไป หรือมีเนื้อหาตอนใดที่อ่านแล้วไม่เข้าใจ ก็ให้คำแนะนำเพื่อนำไปปรับปรุงเพิ่มเติมเนื้อหา รวมทั้งการตั้งคำถาม เพื่อให้คุณตอบคำถามตามรายละเอียดของแผนงานที่คุณได้นำเสนอไว้ในแผนธุรกิจ ว่าตอบคำถามแล้วมีความชัดเจนหรือไม่อย่างไร ซึ่งการตอบคำถามถือเป็นเรื่องสำคัญในการที่จะนำเสนอแผนธุรกิจว่าผ่านหรือไม่ อีกทั้งยังทำให้คุณมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นในการนำเสนอแผนธุรกิจ ซึ่งคุณเองจะต้องสามารถตอบได้ทุกคำถาม เพราะถือว่าสิ่งที่คุณเขียน ก็คือสิ่งที่คุณคิดจะทำแล้ว ถ้าคุณตอบคำถามไม่ได้หรือไม่ชัดเจน ก็ถือว่าสิ่งที่คุณคิดจะทำมันก็จะไม่ชัดเจนไปด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเลยทีเดียว พลาดไม่ได้เด็ดขาด</p>
<p>เมื่อได้ทำการปรับแก้ไขอย่างถูกต้องสมบูรณ์ควบถ้วนแล้ว ก็สามารถนำไปจัดทำรูปเล่มสมบูรณ์ได้ พร้อมที่จะนำไปใช้งานหรือนำเสนอต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote><p><strong>Tip : ก่อนที่จะนำเสนอแผนธุรกิจ คุณจะต้องทุ่มเทเวลาในการทำความเข้าใจให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อสร้างพื้นฐานความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้เสียก่อน สามารถตอบคำถามในเชิงธุรกิจได้ทุกแง่มุม โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต สิ่งเหล่านี้ คือสิ่งสำคัญที่จะบอกได้ว่า แผนธุรกิจของคุณนั้น มีความเป็นไปได้หรือไม่</strong></p></blockquote>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอให้ทุกท่านโชคดี ไม่มีหนี้ นะคร้าบ</p>
<p><strong>เขียนโดย : <a title="เอสเอ็มอีแพลนเน็ตดอทคอม" href="http://www.smesplannet.com" target="_blank">SMEsplannet.com</a></strong></p>
<p>Keyword : การเขียนแผนธุรกิจ,แผนธุรกิจมือใหม่,เคล็ดลับการเขียนแผนธุรกิจสำหรับมือใหม่,เขียนแผนธุรกิจ,ทำแผนธุรกิจ,สร้างแผนธุรกิจ,business plan,writing a business plan,business plan writing,มือใหม่หัดเขียนแผนธุรกิจ,สอนเขียนแผนธุรกิจ,แนะนำการเขียนแผนธุรกิจ,อบรมการเขียนแผนธุรกิจ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.smessmart.com/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1.html/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>20 ความคิดทางการตลาด : การตลาดสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก</title>
		<link>http://www.smessmart.com/20-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95.html#utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=20-%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2594-%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2595</link>
		<comments>http://www.smessmart.com/20-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 May 2012 19:17:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>SMEssmart</dc:creator>
				<category><![CDATA[Biz Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Hi light]]></category>
		<category><![CDATA[Market Talk]]></category>
		<category><![CDATA[marketing]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด sme]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด smes]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดธุรกิจขนาดเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิดทางการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ sme]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเอสเอ็มอี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.smessmart.com/?p=3479</guid>
		<description><![CDATA[<p>SMEssmart!</p><p>ถ้าธุรกิจของคุณเป็นธุรกิจขนาดเล็กและอยากทำการตลาดที่เหมาะสมกับธุรกิจหรืองบประมาณของคุณที่มีจำกัด และต้องใช้อย่างมีเหตุผลและมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลทุกครั้ง</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>SMEssmart!</p><h3><strong><span style="color: #800000;">ถ้าธุรกิจของคุณเป็นธุรกิจขนาดเล็กและอยากทำการตลาดที่เหมาะสมกับธุรกิจหรืองบประมาณของคุณที่มีจำกัด และต้องใช้อย่างมีเหตุผลและมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลทุกครั้ง</span></strong></h3>
<p>เราขอเสนอแนวทางการนำแนวคิดเหล่านี้มาให้คุณได้พิจารณาจำนวน 20 ประเด็นดังนี้</p>
<p><strong><strong>1.  </strong>กำหนดรูปแบบแบรนด์ธุรกิจของคุณอย่างชัดเจน : </strong>ตรวจสอบให้แน่ใจว่า &#8220;ชื่อธุรกิจหรือโลโก้ของคุณอย่างชัดเจน&#8221; ระบุประโยชน์สูงสุด หรือ คุณค่า ของสิ่งที่คุณจะนำเสนอในทางที่จะส่งเสริมให้ธุรกิจของคุณ ให้มันง่าย สั้น และน่าจดจำ  การจัดเก็บที่เรียกว่า</p>
<blockquote>
<div>ของขวัญสำหรับคนรัก หรือ สิ่งพิเศษสุดสำหรับคุณเท่านั้น (ขอย้ำว่าจะต้องไม่ซ้ำกับแบรนด์ใหญ่ๆ  หรือพื้นๆ เกินไป จนแยกไม่ออกว่าจะสื่ออะไร)</div>
</blockquote>
<p><strong>2.  สามารถพบเห็นได้ในทุกสถานที่ที่เหมาะสม</strong> : ความคิดที่นำเสนอเกี่ยวกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณ และพยามจัดให้มีโฆษณาโดยการแสดงโปสเตอร์ แผ่นพับ ในย่านชุมชนที่สำคัญๆ เช่น สีลม สุขุมวิท สาธร ย่านชุมชนกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย Twitter, Facebook, YouTube หรือ แหล่งข้อมูลออนไลน์ อื่นๆ สำหรับครอบครัว หรือ ซุปเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่น  ห้องสมุด  โรงยิม  หรือสถานที่เดินเล่นของหนุ่มสาว  คูปองส่วนลดต่างๆ เป็นต้น</p>
<p><strong>3.  ให้ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ของคุณถูกเปิดเผย</strong> : นำความคิด หรือ สิ่งที่คุณรู้เกี่ยวกับธุรกิจของคุณและอุตสาหกรรมของคุณไปเปิดเผยให้เป็นข้อมูลที่น่าสนใจ และมีแนวโน้มที่มีคุณค่ากับคนอื่นๆ  ข้อมูลที่นำเสนอจะต้องเกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ ด้วยวิธีดังนี้ เขียนเป็นข่าวส่งไปยังสถานีวิทยุท้องถิ่น  หรือ เขียนเป็นบทความและนำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์  เปิดเผยเทคนิคด้านการค้าใหม่ๆ ส่งเสริมเทคนิคต่างๆ ที่น่าสนใจในมุมต่างๆ</p>
<p><strong>4.  คำจากปาก</strong><strong> (Word of Mouth)</strong> : เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่มีคุณค่ามาก และฟรีด้วย คุณเพียงแต่ทำให้ลูกค้าประทับใจ เชื่อมั่น เชื่อถือ ยอมรับ ซื่อสัตย์ และเทใจให้คุณ 100% เขาจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนขายที่ทรงประสิทธิภาพให้กับคุณ โดยที่คุณไม่ต้องเสียเงินเลยครับ และพวกเขาจะมีความสุขที่ได้นำเสนอข่าวสารเหล่านั้นให้กับในกลุ่มได้รับทราบด้วย</p>
<p><strong>5.  หมั่นตรวจสอบสภาพการแข่งขัน</strong> : การใช้งานเพื่อนๆ ญาติสนิท หรือจ่ายเงินเลี้ยงข้าวพวกนักชอปปิ้ง เพื่อขอซื้อข่าวและความเห็นจากพวกเขา เกี่ยวกับคุณค่า คุณภาพ ความรู้สึกของคู่แข่งที่สำคัญๆ ของธุรกิจท่าน  เปรียบเทียบข้อเสนอทางการตลาดของคู่แข่ง กับของท่านเสมอๆๆๆๆๆๆๆ ตรวจสอบเว็บไซต์ของตน และหมั่นคิดตลอดเวลาว่าจะทำอย่างไรให้ธุรกิจของคุณโดดเด่น?</p>
<p><strong>6.  เสนอส่วนลด</strong> : ผลิตบัตรส่วนลดที่จะใช้สินค้าหรือธุรกิจของคุณ (ซึ่งมักจะใช้ในช่วงเวลาที่การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ถดถอย ช้ากว่าเป้าหมาย เศรษฐกิจตกต่ำ) หรืออาจจะใช้เทคนิคการลดวันหมดอายุการจัดโปรโมชั่นลงอีกนิดหน่อย เพื่อกระตุ้นความสนใจว่ารู้สึกเร่งด่วน  คุณอาจจะรวมบัตรส่วนลดและส่งไปรษณีย์ไปหา หรือการโฆษณาของคุณไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจง</p>
<p><strong>7.  การให้แจกฟรี</strong> : การแจกฟรีสินค้าตัวอย่างในเขตท้องถิ่นของคุณ หรือเขตพื้นที่ที่คุณกำลังรุกเข้าไปเพิ่มพื้นที่ด้านการตลาดมากขึ้น หรือการแจกฟรีให้กับกลุ่มผู้ด้อยโอกาสและทำเป็นข่าวประชาสัมพันธ์ให้กับบุคคลทั่วไป หรือ เชิญตัวแทนกลุ่มลูกค้าที่ซื่้อสัตย์ต่อสินค้าของคุณมาเป็นผู้แจกสินค้าของคุณให้กับผู้ด้อยโอกาส  เพื่อให้ลูกค้าที่ซื้อสัตย์ในสินค้าของคุณมีความภูมิใจ และรู้สึกมีส่วนร่วมในกิจกรรมของคุณตลอด</p>
<p><strong>8.  ซื้อสินค้าที่เชื่อมโยง</strong> : กำหนดข้อเสนอของผลิตภัณฑ์ หรือ สินค้าที่ต้องการซื้อ เช่น ถ้าลูกค้าซื้อสินค้า A ขวดแรก และซื้อสินค้าเดียวกันในขวดถัดไปในราคา 1 บาท เป็นต้น ซึ่งร้านค้า Watsons ที่ขายเครื่องสำอาง อาหาร ยา และ อุปกรณ์สำหรับชีวิตประจำวัน แบบสินค้าคุณภาพ ที่ใช้กลยุทธ์นี้ประจำ และประสบความสำเร็จอย่างมาก</p>
<p><strong>9.  เสนอแผนความภักดีหรือรางวัลที่ได้รับ</strong> : จัดทำบัตรสมาชิกสำหรับสะสมคะแนนเวลาซื้อสินค้าจากที่้ร้านของคุณ หรือธุรกิจในเครือของคุณ ที่มีความหรูพอสมควร มีคุณภาพ ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย มีคุณค่าทางจิตใจ <em>(อย่าออกแบบง่ายๆ ไม่สวย ไม่มีคุณค่าทางจิตใจ กระดาษคุณภาพต่ำ) </em></p>
<p><strong>10.  การแข่งขัน</strong> : เปิดให้มีการแข่งขันและเลือกรางวัลที่น่าตื่นเต้นจากช่วงเวลาของผลิตภัณฑ์ หรือ บริการ ซึ่งจะอาจจะเสียค่าใช้จ่ายการจัดการที่ดี  และน่าสนใจอย่างมากกับศักยภาพของลูกค้าของคุณ  โฆษณาการแข่งอย่างแพร่หลายในท้องถิ่น ผ่านวิทยุชุมชน นิตยสารที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เชิญลูกค้าของคุณที่เป็นบุคคลสำคัญๆ มาให้สัมภาษณ์และทำเป็นข่าว เชิญผู้นำท้องถิ่นมาร่วมแจกรางวัล เพื่อให้ช่วยกระจายข่าวในท้องถิ่น เป็นต้น</p>
<p><strong>11.  เปิดบ้าน (</strong><strong>Open House) :</strong> เปิดสถานที่ทำงานของคุณ หรือ ร้านค้าสาขาของคุณในจัดงานด้านการกุศลต่างๆ หรือจัดงานครบรอบธุรกิจ  จัดงานพบปะกับกลุ่มลูกค้าที่ซื่อสัตย์ เป็นต้น</p>
<p><strong>12.  เข้าร่วมบริการจองห้องพักออนไลน์</strong> : ถ้าคุณดำเนินธุรกิจบริการ (โรงแรม, บาร์, ผับ, คาเฟ่ หรือ ร้านกาแฟ) พิจารณาการเข้าร่วมเป็นหนึ่งในบริการจองห้องพักออนไลน์  หรือ สื่อสังคมออนไลน์ เพื่อสร้างความประทับใจและความน่่าเชื่อถือของนักท่องเที่ยวจากพื้นที่อื่นๆ ที่อาจจะยังไม่พบกับคุณหรือสามารถนำข้อเสนอพิเศษต่างๆ ผ่านเว็บไซต์บางแห่ง  ซึ่งอาจจะเป็นดาบสองคม เพราะอาจจะมีผู้ไม่หวังดี หรือ ลูกค้าที่ไม่ประทับใจแสดงความคิดเห็นทางลบอย่างรุนแรง จากลูกค้าของคุณ  แต่ถ้าคุณนำเสนอบริการที่มีคุณภาพสูงและอาหารที่ยอดเยี่ยมและเครื่องดื่มที่เก๋ไก๋  ความคิดที่ดีจะช่วยเพิ่มชื่อเสียงให้กับคุณเช่นกัน</p>
<p><strong>13.  ดำเนินการสำรวจความคิดเห็น</strong> : ผลิตการ์ดขนาดเล็กเพื่อให้ลูกค้าที่ใช้บริการช่วยเสนอความคิดเห็นแบบย่อๆ เกี่ยวกับประสบการณ์ของตนเกี่ยวกับสินค้า หรือ ธุรกิจของคุณ และช่วยกรอกรายละเอียดของพวกเขา (ที่อยู่อีเมล์ ) และมีรางวัลขนาดเล็กเป็นของที่ระลึกสำหรับผู้ที่ตอบแบบสอบถามทุกรายเพื่อเป็นแรงจูงใจ  ซึ่งตอบเหล่านี้จะช่วยให้ความคิดเห็นที่มีคุณค่ากับความสำเร็จในธุรกิจของคุณ (หรืออื่นๆ) แต่ถ้าคุณสร้างฐานข้อมูลที่อยู่ของอีเมล์ที่ได้รับ และนำไปใช้ในการส่งเสริมการขาย  จดหมายข่าว ฯลฯ</p>
<p><strong>14.  เก็บนามบัตรลูกค้าสำคัญๆ</strong> : การเก็บนามบัตรของลูกค้าคนสำคัญๆ และแป๊ะไว้ที่มุมของ ลูกค้าบุคคลสำคัญ (หรือเขียนด้วยมือในการ์ดของร้าน) จากลูกค้าที่มีความสำคัญ หรือการวาดรูปแบบตลกๆ ของลูกค้ารายนี้  และแป๊ะไว้ที่มุมลูกค้า เป็นต้น เพื่อสร้างความรู้สึกที่ดีกับลูกค้าท่านอื่นๆ ให้อยากเป็นกลุ่ม VIP ของร้านเช่นกัน</p>
<p><strong>15.  แป๊ะรูปงานปาร์ตี้ของร้าน</strong> : นำรูปภาพงานปาร์ตีที่จัดขึ้นของร้านมาแป๊ะให้ลูกค้าทั่วไปได้ชม และสร้างความเป็นส่วนหนึ่งกับร้าน ด้วยการเขียนข้อความเล็กๆ แบบแซวบุคคลในรูป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มลูกค้าประจำของร้าน เพื่อให้เกิดความเป็นมิตร เป็นครอบครัวร่วมกัน</p>
<p><strong>16.  โบรชัวร์หรือใบปลิวที่ดีไซน์แบบมืออาชีพ</strong> : การออกแบบโบรชัวร์ หรือใบปลิวแบบมืออาชีพ ที่สวยเก๋ อยากเก็บไว้เป็นที่ระลึก และสื่อความเป็นร้านที่ดูแล้วมีความเป็นตัวตน คุณภาพของกระดาษดี สีสัน สวยงาม ไม่มีการสะกดคำผิด วรรคตอนไม่ถูกต้อง เป็นต้น</p>
<p><strong>17.  ไม่มีข้อผิดพลาดบนเว็บไซต์</strong> : การออกแบบเว็บไซต์มีความสำคัญอย่างมาก ที่จะต้องออกแบบอย่างมืออาชีพ มีความสวยงาม ง่ายแก่การใช้งาน มีการพิมพ์ถูกต้องตามไวยกรณ์ มีวรรคตอนที่ถูกต้อง มีการจัดเรียงขนาดตัวหนังสือที่ใหญ่พอสมควร เรียบง่าย แต่ดูดี สวยงาม</p>
<p><strong>18.  มีระบบ </strong><strong>Call Center หรือ Hotline </strong>: ระบบโทรศัพท์ของคุณจะต้องมีความสมบูรณ์พร้อมใช้เสมอ เจ้าหน้าที่รับโทรศัพท์มีความเข้าใจในธุรกิจ อธิบายข้อมูลเบื้องต้นได้อย่างถูกต้อง และมีระบบตอบรับอัตโนมัติ ช่วงวันหยุด แบบฝากข้อความเสียงไว้ก่อน เป็นต้น</p>
<p><strong>19.  แสดงความเป็นส่วนร่วมในชุมชน</strong> : การร่วมกิจกรรมของชุมชนในท้องถิ่น เช่น คลับธุรกิจ, สโมสรโรตารี่, โต๊ะกลม ฯลฯ มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการกุศลท้องถิ่น เพื่อให้คุณได้รับชื่อเสียงที่ดีสำหรับการบริจาคให้ชุมชน</p>
<p><strong>20.  มีส่วนร่วมในกิจกรรมท้องถิ่นหรือกิจกรรมเพื่อสังคม</strong> : คุณต้องแน่ใจว่ามีการทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกับชุมชนในท้องถิ่น และมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในวงกว้าง และทำให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายมีส่วนร่วมกับกิจกรรมเหล่านี้เสมอๆๆๆ</p>
<p>สุดท้ายนี้ เราหวังเป็นอย่างสูงว่าข้อมูลเทคนิคทั้ง 20 ประเด็นเหล่านี้จะมีประโยชน์สำหรับทุกๆ ท่าน ที่กำลังหาความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ และมีความพร้อมด้านทีมงาน และทรัพยากร เพียงพอที่จะทำกิจกรรม และขอให้คุณเลือกกิจกรรมที่คุณและทีมงานสามารถทำได้จริงๆ มีคุณภาพ และพร้อมทำร่วมกับลูกค้าหลักของคุณด้วยครับ</p>
<p>โดย  มนต์ชัย สุนทราวัฒน์  / เครดิต www.smeclinic.in.th</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.smessmart.com/20-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95.html/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตัวเลขเศรษฐกิจไทยเดือนมกราคม 2555</title>
		<link>http://www.smessmart.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99.html#utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a7%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a8%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a9%25e0%25b8%2590%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2588%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599</link>
		<comments>http://www.smessmart.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 May 2012 19:03:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>SMEssmart</dc:creator>
				<category><![CDATA[Analysis & Research]]></category>
		<category><![CDATA[ประเด็นเสี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นตัวต่อเนื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะอุทกภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัย กสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญาณการฟื้นตัว]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องชี้เศรษฐกิจไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจปี 2555]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.smessmart.com/?p=3476</guid>
		<description><![CDATA[<p>SMEssmart!</p><p>ศูนย์วิจัย กสิกรไทย เปิดเผยผลวิจัยเกี่ยวกับการไล่ระดับการฟื้นตัวของเครื่องชี้เศรษฐกิจไทยในเดือนมกราคม 2555 </p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>SMEssmart!</p><p><strong>ตัวเลขเศรษฐกิจไทยเดือนมกราคม 2555 ฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่ยังมีประเด็นเสี่ยงต้องติดตาม</strong></p>
<p>ศูนย์วิจัย กสิกรไทย เปิดเผยผลวิจัยเกี่ยวกับการไล่ระดับการฟื้นตัวของเครื่องชี้เศรษฐกิจไทยในเดือนมกราคม 2555 เป็นภาพในเชิงบวกที่สนับสนุนมุมมองว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากอุทกภัยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2554 นั้น จะเริ่มกลับมามีภาพที่ดีขึ้นตามสภาพแวดล้อมการฟื้นฟู-ซ่อมแซมความสูญเสียของทั้งภาคเอกชนและรัฐบาล โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ผลกระตุ้นจากกิจกรรมที่เกี่ยวโยงกับปัญหาอุทกภัยดังกล่าวนี้ จะมีส่วนหนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อยร้อยละ 1.0 ของจีดีพี และมีโอกาสสูงไปกว่านั้น ถ้ารัฐบาลสามารถผลักดันโครงการลงทุนต่างๆ ให้มีความคืบหน้าได้รวดเร็ว</p>
<p>และสำหรับภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในปี 2555 นั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2555 น่าจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 5.0 โดยมีกรอบประมาณการอยู่ในช่วงร้อยละ 4.5-6.0 สูงขึ้นเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจปี 2554 ที่ขยายตัวในระดับต่ำเพียงร้อยละ 0.1</p>
<p><strong>จับสัญญาณการฟื้นตัวจากภาวะอุทกภัยจากเครื่องชี้เศรษฐกิจไทย</strong></p>
<p><strong>การผลิตภาคอุตสาหกรรมสำคัญของไทย…ฟื้นตัวต่อเนื่อง  </strong><br />
เครื่องชี้การผลิตภาคอุตสาหกรรมสะท้อนภาพการฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่สองในเดือนมกราคม 2555 โดยการผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมหดตัวในอัตราที่น้อยลงมาที่ร้อยละ 15.2 จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) จากที่หดตัวร้อยละ 25.3 ในเดือนธันวาคม 2554 ซึ่งภาพด้านบวกของภาคการผลิตนี้ สอดคล้องกับช่วงเวลาการฟื้นฟูกิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยในหลายภาคส่วนภายหลังจากน้ำท่วมลดระดับลง อย่างไรก็ดี การกอบกู้โรงงานอุตสาหกรรมบางส่วนที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างหนักจากอุทกภัย ยังคงต้องการเวลาอีกระยะในการกลับสู่สภาวะปกติก่อนน้ำท่วม</p>
<p><strong>อุตสาหกรรมยานยนต์/ส่วนประกอบ</strong> (มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 10 ของการผลิตภาคอุตสาหกรรมและภาคการส่งออกโดยรวม)<br />
มีสัญญาณการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งมากขึ้นในช่วงต้นปี 2555 โดยอัตราการใช้กำลังการผลิตของอุตสาหกรรมยานยนต์ ทยอยเพิ่มสูงขึ้นจากระดับเฉลี่ยในช่วงน้ำท่วมเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2554 ที่ประมาณร้อยละ 20.9 มาที่ร้อยละ 81.9 ในเดือนมกราคม 2555 ซึ่งนับว่าการฟื้นกำลังการผลิตสามารถกลับไปยืนที่ระดับใกล้เคียงกับระดับก่อนผลกระทบน้ำท่วมแล้ว</p>
<p>ขณะที่ การผลิตใน  <strong>หมวดยานยนต์ </strong>หดตัวในอัตราที่น้อยลงสะท้อนภาพด้านบวกเช่นกัน โดยล่าสุดในเดือนมกราคม 2555 การผลิตยานยนต์หดตัวลงเพียงร้อยละ 2.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) ดีขึ้นเมื่อเทียบกับที่หดตัวถึงร้อยละ 66.1 และร้อยละ 84.0 ในช่วงน้ำท่วมเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2554 ตามลำดับ</p>
<p><strong>อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์/เครื่องใช้ไฟฟ้า </strong>(มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 27 ของการผลิตภาคอุตสาหกรรมและภาคการส่งออกโดยรวม)<br />
เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวที่มั่นคงมากขึ้น หลังจากที่มีโรงงานบางส่วนที่เผชิญน้ำท่วมสามารถกลับมาเดินสายการผลิตได้บางส่วน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อัตราการใช้กำลังการผลิตในเดือนมกราคม 2555 ที่ร้อยละ 62.0 นั้น ขยับเข้าใกล้ระดับก่อนน้ำท่วมได้เร็วกว่าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้รับความเสียหายค่อนข้างหนัก และยังต้องใช้เวลาอีกระยะในการฟื้นอัตราการใช้กำลังการผลิตกลับไปสู่ระดับปกติก่อนน้ำท่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มฮาร์ดดิสก์ และหลอดอิเล็กทรอนิกส์/ส่วนประกอบ ที่แม้ว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตเริ่มขยับขึ้นจากประมาณร้อยละ 17.0 ในเดือนพฤศจิกายน 2554 มาอยู่ที่ร้อยละ 47.5 และร้อยละ 61.8 ตามลำดับ ในเดือนมกราคม 2555 แต่ก็นับว่ายังคงต่ำกว่าช่วงก่อนน้ำท่วมที่ระดับอัตราการใช้กำลังการผลิตของอุตสาหกรรม 2 กลุ่มนี้อยู่สูงกว่าร้อยละ 80.0</p>
<p>และเนื่องจากปัญหาน้ำท่วมส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในวงกว้าง ดังนั้นแม้ว่า การผลิตกลุ่มฮาร์ดดิสก์ และหลอดอิเล็กทรอนิกส์/ส่วนประกอบ จะหดตัวในอัตราที่ลดลงมาที่ร้อยละ 32.0 และร้อยละ 46.4 ในเดือนมกราคม 2555 (จากที่หดตัวมากกว่าร้อยละ 75.0 ในเดือนพฤศจิกายน 2554) แต่ก็ยังสะท้อนว่า อุตสาหกรรมกลุ่มนี้ยังคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการกลับสู่ภาวะปกติ</p>
<p><strong>การใช้จ่ายในประเทศ…ทยอยกลับสู่ภาวะปกติ</strong><br />
เครื่องชี้การใช้จ่ายในประเทศในด้านการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน ปรับตัวดีขึ้นสอดรับกับสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวหลังจากสถานการณ์น้ำท่วม อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมีข้อสังเกตว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่มีความอ่อนไหวต่อระดับราคาน้ำมัน-ราคาสินค้า และภาวะค่าครองชีพ อาจทำให้เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนบางรายการสะดุดลงในระยะข้างหน้า แม้ว่าระดับดัชนีการบริโภคภาคเอกชนในเดือนมกราคม 2555 จะฟื้นตัวไล่ขึ้นไปอยู่ในระดับใกล้เคียงกับก่อนน้ำท่วมแล้วก็ตาม</p>
<p>การบริโภคภาคเอกชนเดือนมกราคม 2555 ขยายตัวทั้งเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง อีกร้อยละ 0.4 (MoM) และร้อยละ 2.6 (YoY) หลังจากที่ขยายตัวร้อยละ 3.1 (YoY) ในเดือนธันวาคม 2554</p>
<p>   การลงทุนภาคเอกชนเดือนมกราคม 2555 พลิกกลับมาขยายตัวสูงถึงร้อยละ 8.0 (MoM) หลังจากที่หดตัวตลอดในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี 2554 ขณะที่ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน การลงทุนเพื่อฟื้นสภาพแวดล้อมและเตรียมกลับมาผลิตของภาคธุรกิจหลังจากน้ำลด ช่วยทำให้การลงทุนในภาพรวมหดตัวในอัตราที่ลดลงมาที่ร้อยละ 0.4 (YoY) ในเดือนมกราคม 2555 เทียบกับที่หดตัวร้อยละ 3.9 (YoY) ในเดือนธันวาคม 2554<br />
   ความเชื่อมั่นภาคเอกชนเดือนมกราคม 2555 ขยับขึ้นพร้อมเพรียงกันในทุกมิติ โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ และดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ขยับขึ้นมาที่ระดับ 74.2 ระดับ 50.8 และระดับ 99.6 ในเดือนมกราคม จากระดับ 73.1 ระดับ 48.5 และระดับ 93.7 ในช่วงปลายปี 2554 ตามลำดับ<br />
อนึ่ง เครื่องชี้การใช้จ่ายในประเทศที่สะท้อนการฟื้นกลับสู่ภาวะปกติของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ อาทิ การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ปริมาณการใช้ไฟฟ้า ยอดจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ และยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์ ยังคงรักษาทิศทางการขยายตัวไว้ได้อย่างต่อเนื่องในเดือนมกราคม 2555</p>
<p><strong>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคงประเมินในภาพเดิมว่า กิจกรรมการซ่อมแซม-ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทั้งในระดับภาคครัวเรือน-ธุรกิจ และระดับภาพรวมของประเทศหลังน้ำลด จะยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยสามารถกลับมาบันทึกอัตราการเติบโตได้อีกครั้งในช่วงต้นปี 2555 โดยคาดว่า อัตราการเติบโตของจีดีพีประจำไตรมาสที่ 1/2555 จะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 12.5-13.5 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2554 (QoQ, s.a.) หรือขยายตัวร้อยละ 1.0-1.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) ซึ่งดีขึ้นจากที่หดตัวรุนแรงในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2554 </strong></p>
<p>และสำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะถัดๆ ไปนั้น คาดว่า การลงทุน-การผลิตในภาคอุตสาหกรรม การบริโภคภาคเอกชน ที่น่าจะเร่งตัวกลับมาเพื่อชดเชยในช่วงน้ำท่วม ตลอดจนการใช้จ่ายและนโยบายสนับสนุนเศรษฐกิจของภาครัฐ ซึ่งอาจเร่งดำเนินการได้เต็มที่มากขึ้นตั้งแต่ในช่วงต้นไตรมาสที่ 2/2555 อาจช่วยให้เศรษฐกิจไทยในช่วงเวลาส่วนใหญ่ของปี 2555 ได้รับแรงหนุนสำคัญจากการขยายตัวของกิจกรรมของหลายๆ ภาคส่วนในประเทศ โดยผลกระตุ้นจากกิจกรรมที่เกี่ยวโยงกับปัญหาอุทกภัยทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน จะมีส่วนหนุนให้เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อยร้อยละ 1.0 ของจีดีพี และมีโอกาสสูงไปกว่านั้น ถ้ารัฐบาลสามารถผลักดันโครงการลงทุนต่างๆ ให้มีความคืบหน้าได้รวดเร็ว</p>
<p>ดังนั้น เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับฐานมูลค่าเศรษฐกิจปี 2554 ที่อยู่ในระดับต่ำ ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2555 น่าจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 5.0 โดยมีกรอบประมาณการอยู่ในช่วงร้อยละ 4.5-6.0 อย่างไรก็ตาม อัตราการขยายตัวในระดับสูงร้อยละ 5.0 นี้ ตั้งอยู่ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงรอบด้านทั้งจากตัวแปรนอกประเทศ อาทิ ความเปราะบางของแนวโน้มเศรษฐกิจโลก และทิศทางราคาน้ำมันที่มีโอกาสทรงตัวในระดับสูงยาวนานหากปัญหาความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับชาติตะวันตกยืดเยื้อ ขณะที่ สถานการณ์การเมือง การเตรียมการเพื่อรับมือกับอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นรอบใหม่ ตลอดจนแรงกดดันของต้นทุนการผลิต (จากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานหลายประเภทและการปรับขึ้นแบบก้าวกระโดดของค่าจ้างในภาคเอกชน) และราคาสินค้า ก็จะมีผลในการกำหนดบรรยากาศการลงทุน-การบริโภคของภาคเอกชนด้วยเช่นกัน</p>
<div id="jp-post-flair">
<div></div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.smessmart.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99.html/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งานรุ่งด้วยโต๊ะทำงาน</title>
		<link>http://www.smessmart.com/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99.html#utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b8%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%258a%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599</link>
		<comments>http://www.smessmart.com/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 06 May 2012 08:20:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>SMEssmart</dc:creator>
				<category><![CDATA[Biz Astrology]]></category>
		<category><![CDATA[Biz Insight]]></category>
		<category><![CDATA[งานรุ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[งานรุ่งด้วยโต๊ะทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[จัดโต๊ะทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[จัดโต๊ะทำงานให้งานรุ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[จัดโต๊ะเสริมดวง]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมดวงโต๊ะทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โต๊ะทำงาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.smessmart.com/?p=3471</guid>
		<description><![CDATA[<p>SMEssmart!</p><p>พื้นที่สี่เหลี่ยมตรงหน้าคุณ เป็นธาตุน้ำ สีดำ บอกถึง "สถานะในอาชีพการงาน"ของคุณ หากพื้นผิวโต๊ะเป็นกระจกใส ให้หารูปภาพที่เกี่ยวกับสีเขียวของต้นไม้มาสอดไว้ข้างใต้กระจก แต่ถ้าเป็นพื้นผิวที่ทึบแสง ให้ตัดกระดาษเป็นรูปแปดเหลี่ยมสีดำเล็กๆ </p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>SMEssmart!</p><h3><span style="color: #0000ff;"><strong>เสริมหน้าที่การงาน</strong></span></h3>
<p>พื้นที่สี่เหลี่ยมตรงหน้าคุณ เป็นธาตุน้ำ สีดำ บอกถึง &#8220;สถานะในอาชีพการงาน&#8221;ของคุณ หากพื้นผิวโต๊ะเป็นกระจกใส ให้หารูปภาพที่เกี่ยวกับสีเขียวของต้นไม้มาสอดไว้ข้างใต้กระจก แต่ถ้าเป็นพื้นผิวที่ทึบแสง ให้ตัดกระดาษเป็นรูปแปดเหลี่ยมสีดำเล็กๆ ซึ่งเป็นรูปทรงของยันต์ 8 ทิศแปะไว้</p>
<h3><span style="color: #0000ff;"><strong>เสริมสติปัญญา</strong></span></h3>
<p>ทางด้านซ้ายมือของคุณ คือตัวแทนของ <strong>&#8220;สติปัญญา&#8221;</strong> เหมาะอย่างยิ่งที่จะวางหนังสือต่างๆ สิ่งของที่เป็นสีน้ำเงิน, สีเขียวรวมทั้งถ้ามีลิ้นชักอยู่บริเวณนี้จะดีที่สุดเพื่อความเป็นเรียบร้อย</p>
<h3><span style="color: #0000ff;"><strong>เสริมความเจริญรุ่งเรือง</strong></span></h3>
<p>บริเวณซ้ายมือด้านหลัง จะช่วยส่งเสริมทางด้านความเจริญรุ่งเรือง จึงควรวางอุปกรณ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าไว้ เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ ปรินเตอร์หรืออุปกรณ์ที่มีราคาสูงอื่นๆ รวมไปถึงสิ่งของที่มีนัยด้านความรุ่งเรือง และต้นไม้มงคล เช่น ทองพันชั่ง เงินไหลมา เป็นต้น ทั้งนี้</p>
<h3><span style="color: #0000ff;"><strong>เสริมครอบครัว</strong></span></h3>
<p>ซ้ายมือเหนือขึ้นไปอีกนิดเกือบถึงกลางโต๊ะ คือบริเวณของ <strong>&#8220;ครอบครัว&#8221;</strong> ซึ่งเป็นธาตุไม้ ควรวางรูปของครอบครัวไว้บริเวณนี้ และถ้าเลือกเป็นกรอบรูปไม้ไหรือกรอบสีเขียวได้ด้วยจะดีมาก สิ่งของต่างๆ ที่เป็นสีเขียวก็สามารถวางไว้ตรงนี้ได้เช่นกัน</p>
<h3><span style="color: #0000ff;"><strong>เสริมชื่อเสียงและเกียรติยศ</strong></span></h3>
<p>พื้นที่ตรงกลางด้านหลัง เป็นธาตุไฟ จะช่วยเสริมส่งด้าน &#8220;ชื่อเสียงและเกียรติยศ&#8221; ให้วางกล่องนามบัตรสีแดง, สีเหลือง และใบประกาศนียบัตรถ้วยเกียรติยศต่างๆ ไว้บริเวณนี้</p>
<h3><span style="color: #0000ff;"><strong>เสริมความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง</strong></span></h3>
<p>ด้านหลังขวามือของคุณ ช่วยสนับสนุนในเรื่องของ <strong>&#8220;ความสัมพันธ์&#8221;</strong> ทั้งความสัมพันธ์ของคุณกับเพื่อน คู่รัก และคนรอบข้างที่ใกล้ชิดควรจัดให้ที่ตรงนี้ให้เป็นสีชมพู , สีส้มและหาสิ่งของที่เป็นสัญลักษณ์ของความรัก เช่น รูปหัวใจ ปลาคู่ ดอกกุหลาบสีชมพู มาวางไว้ ก็จะช่วยให้ความสัมพันธ์ของคุณเบ่งบานได้ตลอด</p>
<h3><span style="color: #0000ff;"><strong>เสริมพลังแห่งการสร้างสรรค์ และเด็ก</strong></span></h3>
<p>ขวามือค่อนไปทางกลางโต๊ะ เป็นธาตุเหล็ก ช่วยเสริมพลังสร้างสรรค์ให้กับคุณ โดยเฉพาะถ้าคุณทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากๆ เช่น ครีเอทีฟ ก็ให้หาสิ่งของน่ารัก ๆ</p>
<h3><span style="color: #0000ff;"><strong>เสริมความช่วยเหลือ และการเดินทาง</strong></span></h3>
<p>ทางขวามือ เปรียบเสมือน แรงผลักดันด้านความช่วยเหลือ ลองหากล่องสีเงิน หรือเทา มาวางไว้ หากคุณต้องการความช่วยเหลือจากใคร ก็ให้เขียนชื่อของเขาคนนั้น แล้วหย่อนมันลงไปในกล่อง คราวนี้ จากนั้นรอฟังข่าวดีได้</p>
<h3><span style="color: #0000ff;"><strong>เสริมสุขภาพ</strong></span></h3>
<p>ตรงกลางของโต๊ะทำงาน จะคอยดูแลคุณในเรื่องสุขภาพ ลองหากระดาษสีเหลืองตัดเป็นรูปวงกลมเล็ก ๆ มาแปะเอาไว้ หากโต๊ะคุณมีพื้นเป็นกระจก ก็ให้หารูปคุณที่ดูสุขภาพดีที่สุดมาสอดเอาไว้ก็ได้</p>
<p><strong>อย่างไรก็ตามวิธีต่างๆ ที่กล่าวมา หากคุณไม่สามารถหาอุปกรณ์ที่บอกไปทั้งหมดได้ ก็อาจจะแก้ไขด้วยการนำกระดาษสี ซึ่งเป็นตัวแทนของทิศนั้นๆ มาแปะไว้สักเล็กน้อยก็ได้ ที่สำคัญคือ อย่าลืมจัดของบนโต๊ะให้เป็นระเบียบ ดูแล้วงามตาอยู่เสมอ</strong></p>
<p><strong><br />
</strong></p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก horolive<br />
ขอบคุณภาพประกอบจาก Photos.com</p>
<p>เครดิต Sanook.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.smessmart.com/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99.html/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คอนโดฯ เปิดใหม่ 4 เดือนแรกพุ่ง 30%</title>
		<link>http://www.smessmart.com/%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%af-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-4-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3.html#utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25af-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588-4-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25a3</link>
		<comments>http://www.smessmart.com/%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%af-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-4-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 06 May 2012 07:14:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>SMEssmart</dc:creator>
				<category><![CDATA[Analysis & Research]]></category>
		<category><![CDATA[analysis]]></category>
		<category><![CDATA[condo]]></category>
		<category><![CDATA[คอนโด]]></category>
		<category><![CDATA[คอนโดพุ่งแรง]]></category>
		<category><![CDATA[คอนโตเปิดใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดคอนโด]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านและที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลค่าตลาดคอนโด]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์ตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[อาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[อุปทานใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดโครงการใหม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.smessmart.com/?p=3465</guid>
		<description><![CDATA[<p>SMEssmart!</p><p>พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เผยภาพรวมตลาดคอนโดฯ กทม.และปริมณฑล 4 เดือนแรกปี 55 พบอุปทานเปิดใหม่เพิ่ม 31% คอนโดฯ ระดับราคาต่ำกว่า  50,000-70,000 บาท ยังครองแชมป์ส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>SMEssmart!</p><h3><span style="color: #0000ff;"><strong>พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เผยภาพรวมตลาดคอนโดฯ กทม.และปริมณฑล 4 เดือนแรกปี 55 พบอุปทานเปิดใหม่เพิ่ม 31% คอนโดฯ ระดับราคาต่ำกว่า  50,000-70,000 บาท ยังครองแชมป์ส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด</strong></span></h3>
<p>นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ฝ่ายวิจัยของบริษัทฯ สำรวจพบว่ามีอุปทานเปิดใหม่จํานวน 35 โครงการรวม 16,070 ยูนิต (เพิ่มขึ้นถึง 31% จากช่วงเดียวกันของปี 2554) และมียอดขายรวม 8,460 ยูนิต (เพิ่มขึ้นถึง 122%) (คิดเป็น 53% จากจํานวนอุปทานใหม่ทั้งหมด) โดยมูลค่าการเสนอขายรวมอยู่ที่ 39,932 ล้านบาท และมูลค่ายอดขายรวมอยู่ที่ 21,078 ล้านบาท โดยระดับราคาขายของโครงการใหม่ในช่วงดังกล่าว ยังเน้นไปที่คอนโดมิเนียมกลุ่มระดับราคาตํ่ากว่า 50,000 บาทต่อตร.ม. เป็นหลัก มีจํานวน 5,010 ยูนิต (คิดเป็น 31% จากจํานวนอุปทานใหม่ทั้งหมด) รองลงมาคือกลุ่มคอนโดระดับราคา 50,000-69,999 บาทต่อตร.ม. จํานวน 4,117 ยูนิต (คิดเป็น 26%)</p>
<p>กลุ่มคอนโดฯ ระดับราคา 70,000-99,999บาทต่อ ตร.ม. จํานวน 3,687 ยูนิต (คิดเป็น 23%) และกลุ่มคอนโดระดับราคา 100,000-199,999 บาทต่อตร.ม. จํานวน 3,256 ยูนิต (คิดเป็น 20%) ซึ่งไม่พบโครงการในกลุ่มระดับราคาตั้งแต่ 200,000 บาทต่อตร.ม.ขึ้นไป ด้านผู้ประกอบการหลักส่วนใหญ่เปิดตัวในกลุ่มระดับราคาตํ่ากว่า 50,000 บาทต่อตร.ม. จํานวน 3,735 ยูนิต  ตามด้วยกลุ่มคอนโดฯ ระดับราคา 70,000-99,999 บาทต่อตร.ม. และกลุ่มคอนโดฯ ระดับราคา 100,000-199,999 บาทต่อตร.ม. มีจำนวนยูนิตเสนอขายใกล้เคียงกันที่ 2,694 ยูนิต และ 2,668 ยูนิต ตามลำดับ</p>
<p>ทั้งนี้ เมื่อวิเคราะห์ถึงแนวโน้มตลาดคอนโด กทม. และ ปริมณฑลในปี 2555 นายอนุกูล กล่าวแสดง ความเห็นในประเด็นดังกล่าวว่า “ตลาดคอนโดมิเนียมในช่วงครึ่งปีแรก 2555 โดยรวมเติบโตดีขึ้น เนื่องจาก ปัญหาอุทกภัยอาจทำให้ผู้บริโภคเกิดความหวั่นวิตกต่อที่อยู่อาศัยแนวราบ จนมีส่วนผลักดันให้เกิดความต้องการ ที่อยู่อาศัยแนวสูงเพิ่มขึ้นได้ อุปสงค์คาดว่าจะดูดซับได้ดีขึ้นอย่างน้อย 4% ส่วนผู้ประกอบการคาดว่าจะเริ่มทยอย เสนอขายโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก 2555 มากขึ้น หลังจากรอดูสถานการณ์เมื่อปีที่แล้ว โดยจำนวนยูนิต เสนอขายใหม่มีโอกาสเติบโตมากกว่า 25% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีหลัง 2554 โดยยังเน้นกลุ่มลูกค้าระดับ ความต้องการคอนโดฯ ราคาระหว่าง 50,000 – 70,000 บาทต่อตร.ม. เป็นหลัก  ซึ่งห้องชุดราคาต่ำกว่า 70,000 บาทต่อตร.ม. ยังมีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุดอย่างน้อย 70% ของตลาดรวม โดยจะอยู่ในพื้นที่ส่วนต่อขยาย รถไฟฟ้าเป็นหลัก</p>
<p>นอกจากนี้โครงการใหม่ส่วนใหญ่ยังเน้นเสนอขายในพื้นที่ใจกลางเมืองหรือพื้นที่ติดรถไฟฟ้า ซึ่งอยู่ในกลุ่มคอนโดฯ ระดับราคา 100,000-199,999 บาทต่อตร.ม. และคาดว่าอุปสงค์ยังตอบรับได้ดี ราคาขายเฉลี่ยรวมต่อตารางเมตรในปี 2555 อาจขยับขึ้นอีกเล็กน้อย 1-2% เนื่องจากมีอุปทานราคาตํ่าเข้ามาสูง แต่หากพิจารณาราคาเฉลี่ยเฉพาะ 5 โซนหลักอาจเปลี่ยนแปลงในช่วง 3-5% เป็นอย่างมาก</p>
<p>ในส่วนสายงานบริหารสินทรัพย์ของ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ นั้น ช่วง 3 เดือนแรกที่ผ่านมา สามารถทำรายได้รีเซลหรือการฝากขายอสังหาริมทรัพย์มือสองได้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ประมาณ 25% หรือมีอัตราเติบโต 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยมีปริมาณลูกค้ารีเซลเพิ่มกว่า 150%</p>
<p>ทั้งนี้ การเติบโตในธุรกิจรีเซลอย่างก้าวกระโดดดังกล่าวมาจากความต้องการที่อยู่อาศัยที่เติบโตต่อเนื่องจากปลายปีที่แล้ว จากเหตุที่ลูกค้าชะลอการซื้อช่วงเหตุการณ์อุทกภัย แต่เมื่อสถานการณ์กลับคืนสู่ปกติจึงได้เกิดพฤติกรรมการซื้อขึ้นอีกครั้ง นอกจากนั้น เศรษฐกิจในประเทศและนโยบายรัฐก็มีส่วนกระตุ้นให้เกิดการซื้อเช่นกัน</p>
<p>เครดิต : posttoday</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.smessmart.com/%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%af-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-4-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3.html/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เคล็ดลับวิธีการหาเงินกู้มาจากธนาคาร เพื่อมาทำโครงการธุรกิจ SMEs</title>
		<link>http://www.smessmart.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81.html#utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a5%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2598%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25b2%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2581</link>
		<comments>http://www.smessmart.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 05 May 2012 21:03:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>SMEssmart</dc:creator>
				<category><![CDATA[Hi light]]></category>
		<category><![CDATA[SMEs Trick]]></category>
		<category><![CDATA[SMEs Zone]]></category>
		<category><![CDATA[6 C]]></category>
		<category><![CDATA[6 ซี]]></category>
		<category><![CDATA[6c]]></category>
		<category><![CDATA[6c's]]></category>
		<category><![CDATA[business plan]]></category>
		<category><![CDATA[การ]]></category>
		<category><![CDATA[การพิจารณสินเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[กู้เงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ขอกู้]]></category>
		<category><![CDATA[หลักการขอกู้]]></category>
		<category><![CDATA[หลักการให้สินเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[หาเงินกู้]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับการกู้เงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจกู้เงิน]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจขอสินเชื่อ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.smessmart.com/?p=3459</guid>
		<description><![CDATA[<p>SMEssmart!</p><p>ปัจจุบันการเริ่มต้นธุรกิจของ เอสเอ็มอี โดยส่วนใหญ่ มีความจำเป็นที่ต้องการแสวงหาเงินมาลงทุนในธุรกิจ ซึ่งการหาทุนมาลงทุนในธุรกิจนั้น มีหลายวิธี </p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>SMEssmart!</p><p><span style="color: #0000ff;"><strong>ปัจจุบันการเริ่มต้นธุรกิจของ <a title="ธุรกิจเอสเอ็มอี" href="http://www.smesmart.in.th" target="_blank">เอสเอ็มอี</a> โดยส่วนใหญ่ มีความจำเป็นที่ต้องการแสวงหาเงินมาลงทุนในธุรกิจ ซึ่งการหาทุนมาลงทุนในธุรกิจนั้น มีหลายวิธี แต่ วิธีที่ผู้ประกอบมักใ้ช้เป็นทางเลือกแรก ก็คือ การขอกู้เงินจากธนาคาร ซึ่งต่อไปนี้จะขออธิบายถึงวิธีการที่จะหาเงินกู้จากธนาคารมาทำโครงการธุรกิจ โดยมีหลักการพิจารณาในด้านสินเชื่อและการนำเสนอแผนธุรกิจ เพื่อให้ได้เงินกู้จากธนาคาร</strong></span></p>
<p>ซึ่งหลักการพิจารณาสินเชื่อธนาคารส่วนใหญ่จะพิจารณาสินเชื่อหรือเงินกู้แก่โครงการธุรกิจใดหรือไม่นั้น เข้ามีหลักการที่ใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะกู้จากสถาบันการเงินไหนก็ตาม โดยส่วนใหญ่จะพิจารณาจากปัจจัยการดำเนินงานตามหลัก 6 C&#8217;s อันประกอบไปด้วย</p>
<h1><span style="color: #0000ff;"><strong>C1 หรือ Characteristic</strong></span></h1>
<p>พิจารณาคุณสมบัติของโครงการและตัวผู้กู้เงิน ว่ามีความน่าสนใจ รวมถึงโครงการธุรกิจมีความเป็นไปได้หรือไม่เพียงใด และมีเครดิตที่ดีพอหรือไม่</p>
<h1><span style="color: #0000ff;"><strong>C2 หรือ Capacity</strong></span></h1>
<p>คือการวิเคราะห์ศักยภาพของธุรกิจว่ามีความสามารถที่จะหาเงินหรือรายได้จากการดำเนินโครงการธุรกิจ ได้มากน้อยเพียงใด มีความเหมาะสมกับความสามารถที่จะหาเงินมาชำระหนี้คืนธนาคารได้หรือไม่ เพียงใด</p>
<h1><span style="color: #0000ff;"><strong>C3 หรือ Capital</strong>  </span></h1>
<p>คือการวิเคราะห์เกี่ยวกับมูลค่าโครงการและการใช้เงินลงทุนในโครงการธุรกิจ จากแผนการใช้จ่ายเงินลงทุน รวมถึงเงินที่ใช้จ่ายหมุนเวียนในธุรกิจ ว่ามีสัดส่วนการใช้เงินลงทุนที่เป็นส่วนของเจ้าของ เมื่อเปรียบเทียบกับเงินกู้เป็นเท่าไหร่ ซึ่งหลักการนี้จะต้องมีสัดส่วนที่เหมาะสม</p>
<h1><span style="color: #0000ff;"><strong>C4 หรือ Collateral</strong>  </span></h1>
<p>คือหลักทรัพย์ที่ใช้ในการค้ำประกับเงินกู้ ว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งจะต้องมีการประเมินมูลค่าหลักทรัพย์หรือหลักประกันเท่าไหร่ ด้วยวิธีการของแต่ละธนาคาร ส่วนใหญ่จะใ้้ช้เกณฑ์ของธนาคารเป็นหลัก ซึ่งถ้าหากหลักประกันน้อยก็อาจจะส่งผลถึงเงินกู้ก็จะ้ต้องน้อยไปด้วยเช่นเดียวกัน เพราะธนาคารถือว่ามีความเสี่ยงสูง</p>
<h1><span style="color: #0000ff;"><strong>C5 หรือ Condition</strong>  </span></h1>
<p>ก็คือเงื่อนไขสำคัญต่างๆ ของโครงการธุรกิจ ที่มีผลกระทบต่อธุรกิจทางทางตรงและทางอ้อม ซึ่งธนาคารอาจจะพิจารณาจากภาพรวมธุรกิจ ตลาด และคู่แข่งขัน รวมถึงการเข้าทำตลาดว่ามีความเป็นไปได้หรือสอดคล้องกับสภาพธุรกิจในปัจจุบันหรือไม่ ทั้งนี้อาจจะรวมไปถึงเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์ การใช้งาน การให้บริการ รวมถึงเงื่อนไขอื่นๆ ว่ามีความชัดเจนหรือไม่อย่างไร</p>
<h1><span style="color: #0000ff;"><strong>C6 หรือ Country</strong>  </span></h1>
<p>คือ ทำเล สถานที่ตั้งหรือภูมิศาสตร์ ว่าอยู่ในสถานที่หรือทำเลที่ดีหรือไม่ มีภูมิประเทศที่เหมาะสมกับการทำธุรกิจนี้หรือไม่อย่างไร รวมไปถึง ความหนาแน่น กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คู่แข่งขัน สภาพเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อมทางสังคม การเมือง รวมถึงไปวัฒนธรรมพื้นที่นั้นเป็นอย่างไร มีความสอดคล้องหรือเข้ากันได้กับโครงการธุรกิจหรือไม่อย่างไร</p>
<blockquote><p>ซึ่งจากหลักการวิเคราะห์โอกาสการการพิจารณาปล่อยสินเชื่อให้กับโครงการธุรกิจ โดยธนาคารจะดูจากข้อมูลของ<a title="แผนธุรกิจ" href="http://www.smesplannet.com" target="_blank">แผนธุรกิจ</a> หรือ <a title="business plan" href="http://www.smessmart.com/smes-business-plan/biz-plan-model" target="_blank">Business Plan</a> ของผู้ที่ยื่นกู้นั้นเอง หากผู้ที่ต้องการขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจหรือทำโครงการธุรกิจใหม่ ถ้าไม่มีแผนธุรกิจ ก็อย่าหวังว่าจะได้เงินกู้จากธนาคารได้อย่างแน่นอน เพราะธนาคารส่วนใหญ่ถือเกณฑ์การพิจารณาให้สินเชื่อโครงการธุรกิจตามแผนธุรกิจ เป็นหลัก ซึ่งถือเป็นนโยบายของธนาคารส่วนใหญ่ และมีการกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ดังนี้</p></blockquote>
<p>จากที่กล่าวมาทั้งหมด การที่ <a title="SMEs" href="http://www.smessmart.com/smes-zone" target="_blank">SMEs</a> มีความประสงค์ที่จะเริ่มต้นธุรกิจโดยการลงทุนทำธุรกิจและต้องการขอรับการสนับสนุนด้านสินเชื่อ ผู้ประกอบการ SMEs จึงมีความจำเป็นจะ้ต้องทำความเข้าใจและเตรียมพร้อมในเรื่องของ หลัก 6 C&#8217;s เป็นสำคัญ เพราะถือว่าเป็น Key Success หรือ กุญแจแห่งความสำเร็จที่จะทำให้ SMEs กู้เิงินจากธนาคารได้ และที่สำัคัญ ควรเริ่มที่จะต้องวางแผนธุรกิจโดยการตระเตรียมข้อมูลตามโครงสร้างแผนธุรกิจ การเน้นรายละเอียดและการเตรียมพร้อมในด้าน 6 C&#8217;s เพื่อตอบโจทย์ให้กับธนาคาร ถ้าทำได้อย่างนี้แล้ว โอกาสของการเริ่มต้นธุรกิจ โดยมีเงินทุนสนับสนุนจากธนาคาร ก็คงไม่ไกลเกินฝัน สำหรับ SMEs มือใหม่</p>
<p>โดย : <a title="ธุรกิจ smes franchise otop แผนธุรกิจ ตัวอย่างแผนธุรกิจ" href="http://www.smessmart.com" target="_blank">SMEssmart.com</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.smessmart.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81.html/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แอปเปิล-ซัมซุง ควงแขนกวาดส่วนแบ่งตลาดมือถือโลกรวมกัน 99%</title>
		<link>http://www.smessmart.com/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%a5-%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b2.html#utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%259b%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25a5-%25e0%25b8%258b%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%258b%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2587-%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b2</link>
		<comments>http://www.smessmart.com/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%a5-%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b2.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 May 2012 08:51:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>SMEssmart</dc:creator>
				<category><![CDATA[Analysis & Research]]></category>
		<category><![CDATA[กวาดส่วนแบ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ซัมซุง]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดมือถือ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจมือถือ]]></category>
		<category><![CDATA[ส่วนแบ่งตลาดมือถือ]]></category>
		<category><![CDATA[แอปเปิล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.smessmart.com/?p=3455</guid>
		<description><![CDATA[<p>SMEssmart!</p><p>แอปเปิล (Apple) และซัมซุง (Samsung) สองผู้เล่นรายใหญ่ในวงการสมาร์ทโฟนโลก กลายเป็นสองบริษัทผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>SMEssmart!</p><h3><span style="color: #0000ff;"><strong>แอปเปิล (Apple) และซัมซุง (Samsung) สองผู้เล่นรายใหญ่ในวงการสมาร์ทโฟนโลก กลายเป็นสองบริษัทผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว</strong></span></h3>
<p>โดยผลสำรวจของ Asymco เผยว่า 99% ของส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกในไตรมาสแรกปี 2012 มีเพียงแค่แอปเปิล และซัมซุงเท่านั้นที่เป็นเจ้าตลาด โดยอีก 1% ที่เหลือเป็นของเอชทีซี ด้านริม (RIM) แอลจี (LG) โซนี่ (Sony) โมโตโรล่า (Motorola) โนเกีย (Nokia) ขาดทุนถ้วนหน้า</p>
<p>รายงานจาก Asymco ระบุว่า ขณะนี้ส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจสมาร์ทโฟนทั่วโลกที่มีการสำรวจในช่วงไตรมาสแรกของปี 2012 พบว่า 73% จาก 99% นั้นเป็นของแอปเปิล ซึ่งนำทัพโดย iPhone 4S สมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ขณะเดียวกัน ในอีก 26% ที่เหลือเป็นตลาดของซัมซุง ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากเกาหลีใต้ ที่คว้าอันดับ 2 ในส่วนแบ่งตลาดมือถือโลกไป</p>
<p>ทั้งนี้ ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วที่มีการสำรวจ พบว่าในเวลานั้นซัมซุงเพิ่งมีตัวเลขส่วนแบ่งตลาดเพียงแค่ 16% เท่านั้น ซึ่งจากตัวเลขดังกล่าวเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ซัมซุงได้กลายเป็นแบรนด์ที่คนทั่วโลกไว้วางใจ และพร้อมที่จะซื้อสินค้าของซัมซุงมากขึ้น อีกทั้งกลยุทธ์ในการออกสินค้าในทุกๆ เซกเมนต์ ไล่ตั้งแต่สมาร์ทโฟนราคาแพงไปยังสมาร์ทโฟนราคาประหยัดทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ได้ทุกกลุ่มลูกค้านั่นเอง</p>
<p>สำหรับอันดับ 3 จากผลสำรวจของ Asymco พบว่า เป็นเอชทีซี ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนดังจากไต้หวันที่เพิ่งเปิดตัวสมาร์ทโฟนซับแบรนด์ใหม่อย่าง One Series ออกมา โดยมีส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลกอยู่ที่ 1% ส่วนผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นๆ ที่เป็นชื่อที่คุ้นหูอย่างริม, แอลจี, โซนี่, โมโตโรล่า และโนเกีย ต่างขาดทุนในธุรกิจสมาร์ทโฟนแทบทั้งสิ้น</p>
<p>เครดิต : ผู้จัดการออนไลน์</p>
<p>Company Related Link :</p>
<p>Asymco</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.smessmart.com/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%a5-%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b2.html/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิเคราะห์ ธุรกิจจำหน่ายชุดสังฆทานร่วมสมัย</title>
		<link>http://www.smessmart.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2.html#utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%25ab%25e0%25b9%258c-%25e0%25b8%2598%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2</link>
		<comments>http://www.smessmart.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 May 2012 08:24:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>SMEssmart</dc:creator>
				<category><![CDATA[Analysis & Research]]></category>
		<category><![CDATA[จำหน่ายชุดสังฆทาน]]></category>
		<category><![CDATA[ชุดสังฆทาน]]></category>
		<category><![CDATA[ชุดสังฆทานร่วมสมัย]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ smes]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจจำหน่ายชุดสังฆทาน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเอสเอ็มอี]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์ธุรกิจเอสเอ็มอี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.smessmart.com/?p=3449</guid>
		<description><![CDATA[<p>SMEssmart!</p><p>ธุรกิจจำหน่ายชุดสังฆทานร่วมสมัย เป็นธุรกิจสังฆทานรูปแบบใหม่ที่แตกต่างกับการทำธุรกิจสังฆทานแบบดั้งเดิม ที่ลูกค้าจะต้องเดินเข้ามาหาสินค้าในร้านจัดจำหน่าย</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>SMEssmart!</p><h3><span style="color: #0000ff;"><strong>ธุรกิจจำหน่ายชุดสังฆทานร่วมสมัย เป็นธุรกิจสังฆทานรูปแบบใหม่ที่แตกต่างกับการทำธุรกิจสังฆทานแบบดั้งเดิม ที่ลูกค้าจะต้องเดินเข้ามาหาสินค้าในร้านจัดจำหน่าย</strong></span></h3>
<p>โดยการทำธุรกิจจำหน่ายชุดสังฆทานร่วมสมัยนั้น เป็นการนำเสนอสินค้าและบริการ ที่มีสร้างความแตกต่างและน่าสนใจมากกว่า เพื่อที่จะเข้าถึงกลุ่มชาวพุทธยุคใหม่ที่มีกำลังซื้อ และต้องการความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งอาจเรียกได้ว่า เป็น One Stop Service อย่างแท้จริง โดยหัวใจหลักจะอยู่ที่การให้ความมั่นใจแก่ผู้บริโภคในเรื่องคุณภาพสินค้าและการบริการที่ตอบสนองความสะดวกสบายของผู้บริโภค ซึ่งเป็นจุดอ่อนของธุรกิจสังฆทานแบบดั้งเดิม ที่จำกัดอยู่เพียงการจำหน่ายหน้าร้านเพียงอย่างเดียวและไม่มีบริการเสริมอื่นๆ ทำให้ในปัจจุบันธุรกิจจำหน่ายชุดสังฆทานร่วมสมัย จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ด้วยรูปแบบการจัดจำหน่ายที่มีการปรับเปลี่ยนตามวิถีชีวิตของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น</p>
<p>โดยธุรกิจจำหน่ายชุดสังฆทานร่วมสมัย จะเป็นการจัดเตรียมข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับการถวายสังฆทาน ทั้งที่บรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่มความหลากหลาย สวยงาม หรือการเลือกซื้อตามความต้องการของลูกค้าได้ตามความพอใจ ทำให้จุดเด่นเหล่านี้ได้รับความสนใจจากพุทธศาสนิกชน ในการซื้อหาและนำไปถวายเป็นสังฆทานเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ รูปแบบของสังฆทานร่วมสมัย ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น จะอยู่ในกลุ่มของสิ่งของเครื่องใช้ที่สามารถเก็บไว้ได้นาน โดยเป็นการรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นตามหลักวินัยสงฆ์ ซึ่งประกอบด้วย ชุดสังฆภัณฑ์ อาทิ เครื่องบวช เครื่องกฐิน ชุดสังฆทาน-ไทยธรรม กระเป๋าอเนกประสงค์ ผ้าไตรจีวร ผ้ารับประเคน ผ้าเช็ดปาก เป็นต้น นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงเครื่องใช้จำพวก เครื่องเขียน ใบมีดโกน หนังสือธรรมะ รองเท้า ยาสามัญประจำบ้าน ผ้าขนหนู ไฟฉาย และอาหารแห้งที่สามารถเก็บไว้ได้นาน เป็นต้น</p>
<p>ซึ่งการดำเนินธุรกิจนั้นผู้ประกอบการก็สามารถทำได้หลายรูปแบบ ทั้งการตั้งเป็นร้านจำหน่ายสังฆทานทั่วไปที่มีหน้าร้านจัดจำหน่าย การจัดจำหน่ายที่มีบริการเสริมแบบส่งถึงที่ รวมไปถึงการสั่งซื้อผ่านทางเว็บไซต์ หรือทางโทรศัพท์ที่ผู้บริโภคสามารถเลือกสิ่งของเครื่องใช้ รวมถึงประเภทของบรรจุภัณฑ์ได้ นอกจากนี้ ยังครอบคลุมถึงการให้คำปรึกษาและบริการในงานพิธีทางศาสนา ที่เข้ามาเป็นบริการเสริมทำให้ธุรกิจจำหน่ายชุดสังฆทานร่วมสมัย ดูน่าสนใจและน่าพิจารณาในการลงทุนมากขึ้นในปัจจุบัน</p>
<h3><span style="color: #0000ff;">ธุรกิจสังฆทานแบบดั้งเดิม</span></h3>
<ul>
<li>ตั้งอยู่ในละแวกใกล้เคียงวัดและมีหน้าร้านจัดจำหน่าย</li>
<li>รูปแบบการจัดจำหน่ายส่วนใหญ่อยู่ในลักษณะของสังฆทานสำเร็จรูป และไม่มีบริการเสริมอื่นๆ</li>
<li>ร้านค้าไม่จำเป็นต้องอยู่ในละแวกวัด แต่หากมีทำเลที่ตั้งที่มีคนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ ชุมชน หรือ สถานที่ราชการ หรือสำนักงาน เพื่อตอบสนองความต้องการกลุ่มลูกค้ายุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายและมีเวลาในการเตรียมสิ่งของทำบุญค่อนข้างน้อย</li>
</ul>
<h3><span style="color: #0000ff;">ธุรกิจจำหน่ายชุดสังฆทานร่วมสมัย</span></h3>
<ul>
<li>สินค้ามีความปราณีต สวยงาม ทนทาน ถูกต้องตามหลักวินัยสงฆ์ มีการจัดรูปแบบที่เหมาะสมในการถวายแต่ละโอกาส รวมถึงงานพิธีต่างๆ</li>
<li>การดำเนินธุรกิจมีการขยายรูปแบบสินค้าและบริการที่มีความครบถ้วน รวมไปถึงการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย มีการให้คำปรึกษาและบริการในงานพิธีทางศาสนา ตลอดจนมีเครือข่ายกับผู้ประกอบการในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกิจกรรมทางศาสนาอื่นๆ เข้ามาสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ</li>
</ul>
<h3><span style="color: #0000ff;">ความน่าสนใจและแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจจำหน่ายชุดสังฆทานร่วมสมัย</span></h3>
<p>ประเด็นที่น่าสนใจ ที่มีส่วนช่วยหนุนการเติบโตของตลาดของธุรกิจจำหน่ายชุดสังฆทานร่วมสมัย คือ ด้วยหัวใจของธุรกิจนี้มีกลุ่มลูกค้าอยู่ในทุกพื้นที่ เรียกได้ว่าไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็ตามที่มีชาวพุทธอาศัยอยู่ ก็สามารถดำเนินธุรกิจนี้ได้ อีกทั้งคนไทยส่วนใหญ่มีความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บาปบุญคุณโทษ และนิยมทำบุญอยู่เสมอ<br />
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้สำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องสังฆทาน พบว่า ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของคนกรุงเทพฯ ในการซื้อเครื่องสังฆทานสำเร็จรูปประมาณเดือนละ 300-500 บาท/ครัวเรือน หรือตกประมาณ 800 ล้านบาท/ปี โดยร้านที่คนกรุงเทพฯ นิยมซื้อเครื่องสังฆทานมากที่สุด คือ ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ร้านจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์ รองลงมา คือ ร้านค้าทั่วไปและร้านค้าในวัด ประเมินว่าเม็ดเงินที่กระจายอยู่ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสังฆทานจะมีมูลค่าสูงถึง 10,000 ล้านบาท1 ในขณะที่สินค้าสังฆภัณฑ์ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาเติบโตสูงถึงร้อยละ 10-15 ทุกปี</p>
<p>แม้ว่าชาวพุทธจะนิยมทำบุญถวายสังฆทานอยู่สม่ำเสมอ แต่ปัจจุบันความเร่งรีบในชีวิตประจำวันและเวลาที่จำกัด อีกทั้งต้องการความสะดวกสบาย ประกอบกับข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าบรรจุในชุดสังฆทานที่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน ก็อาจะทำให้ผู้บริโภคใส่ใจการในเลือกซื้อชุดสังฆทานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ธุรกิจจำหน่ายชุดสังฆทานร่วมสมัยจึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจมากขึ้น ด้วยรูปแบบการจัดจำหน่ายที่มีการปรับเปลี่ยนตามวิถีชีวิตของกลุ่มลูกค้า อาทิ การตั้งเป็นห้างสรรพสินค้า/ร้านค้าสังฆทาน ที่มีการจัดวางสินค้าในลักษณะร้านสะดวกซื้อที่สามารถเลือกหยิบสินค้า และเลือกรูปแบบบรรจุภัณฑ์ได้ อีกทั้งยังมีบริการเสริม อาทิ บริการจัดส่งสินค้าแบบส่งถึงที่ การสั่งซื้อผ่านทางเว็บไซต์ หรือทางโทรศัพท์ที่ผู้บริโภคสามารถเลือกสิ่งของเครื่องใช้ที่บรรจุลงในสังฆทานได้ นอกจากนี้ ยังครอบคลุมถึงการให้คำปรึกษาและบริการในงานพิธีทางศาสนา รับจัดงานทำบุญในโอกาสต่างๆ เช่น ทำบุญเลี้ยงพระ ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ทำบุญวันเกิด แตกต่างจากเดิมที่การทำธุรกิจสังฆทานแบบดั้งเดิมที่จะต้องมีการจัดจำหน่ายหน้าร้านและทำเลที่ตั้งในละแวกวัดเท่านั้น ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลทำให้ลูกค้าในปัจจุบันนิยมใช้บริการธุรกิจสังฆทานร่วมสมัยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและกลุ่มวัยทำงาน ที่ยังขาดมีความรู้ความเข้าใจด้านพิธีกรรมด้านศาสนา</p>
<p>ทั้งนี้ แม้ธุรกิจจำหน่ายชุดสังฆทานร่วมสมัยจะมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็อาจต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะคู่แข่งในธุรกิจประเภทเดียวกัน เช่น ร้านสังฆทานแบบดั้งเดิมที่มีทำเลที่ตั้งในละแวกวัด ที่มีความได้เปรียบด้านฐานลูกค้าที่มีจำนวนมาก มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่รู้จักของคนในละแวกใกล้เคียง หรือร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มากกว่า เนื่องจากสามารถเลือกซื้อของใช้สินค้าทุกอย่างได้ตามต้องการและมีราคาที่ถูกกว่า อีกทั้งยังสามารถดึงดูดผู้บริโภคในเรื่องสถานเลือกซื้อที่มีความสะดวกสบายและสถานที่จอดรถที่กว้างขวาง</p>
<h3><span style="color: #0000ff;">การเตรียมพร้อมสำหรับเริ่มต้นธุรกิจและปัจจัยอื่นๆที่ควรพิจารณาเพิ่ม</span></h3>
<p>สำหรับการเตรียมพร้อมสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจและแนวทางการประกอบธุรกิจ ให้ประสบความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่องของผู้ประกอบการที่สนใจเข้ามาเริ่มต้นในธุรกิจในกลุ่มนี้ คือ<br />
เจ้าของธุรกิจควรเป็นผู้มีความรู้ทางด้านพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากธุรกิจสังฆทานมีเกี่ยวเนื่องกับวิถีชาวพุทธ ดังนั้น ผู้ประกอบการที่สนใจเริ่มต้นในธุรกิจนี้ เบื้องต้นควรมีความรู้ทางด้านพิธีกรรมทางด้านพระพุทธศาสนา พระวินัยสงฆ์ หรือขนบประเพณี รวมไปถึงวิธีการจัดเครื่องสังฆทาน เพื่อที่จะได้แนะนำลูกค้าที่มีเลือกซื้อสินค้าได้อย่างถูกต้องครบถ้วน ในแต่ละโอกาส อาทิ การจัดเครื่องสังฆทานให้ถูกต้องตามหลักมาตรฐาน อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ที่จัดลงไปในชุดสังฆทาน จะต้องเป็นของที่มีคุณภาพและมีมาตรฐาน โดยเป็นของที่มีความจำเป็นและควรใช้ได้จริง ไม่ผิดวินัยสงฆ์ เป็นต้น<br />
ทำเลที่ตั้งจะต้องเป็นจุดสนใจของลูกค้าเป้าหมาย การเลือกทำเลที่ตั้งกิจการ เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการดำเนินกิจการ เนื่องจากทำเลที่ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงของกลุ่มผู้บริโภค โดยการเลือกทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมควรพิจารณาเลือกที่ตั้งใกล้กับบริเวณที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายง่ายแก่การเข้าถึง โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ<br />
<strong>    1. ผู้ประกอบการที่มีทำเลที่ตั้งที่อยู่ในละแวกวัด</strong> ถือเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่จะให้ความนิยมในการหาซื้อสังฆทานในบริเวณใกล้เคียงกับวัดที่จะไปถวายสังฆทาน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าประชาชนทั่วไปในชุมชนตามต่างจังหวัด<br />
<strong>      2. ผู้ประกอบการที่ไม่มีทำเลที่ตั้งที่อยู่ในละแวกวัด</strong> แต่มีทำเลที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นจุดที่คนสามารถสังเกต หรือมองเห็นได้ง่าย สะดวกในการเดินทางไปใช้บริการ อาทิ แหล่งชุมชน สถานที่ราชการ โรงพยาบาลหรือออฟฟิส ซึ่งผู้ประกอบการที่มีทำเลในละแวกนี้จะมีข้อได้เปรียบในเรื่องของตอบสนองของกลุ่มลูกค้าวัยทำงาน และกลุ่มครอบครัวเดี่ยวในตัวเมืองได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังครอบคลุมไปถึงกลุ่มลูกค้าองค์กรและบริษัทต่างๆ ที่จะเข้ามาเป็นลูกค้าประจำเพิ่มขึ้น เนื่องจากสามารถอำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภคที่มีความจำกัดในเรื่องของเวลาและแหล่งซื้อ อีกทั้งยังสามารถซื้อเก็บไว้ได้</p>
<p>ทั้งนี้ การประกอบกิจการในระยะแรก ควรมีพนักงานหน้าร้านอย่างน้อยประมาณ 1-2 คน เพื่อบริการลูกค้า และควรจัดหน้าร้านให้ดูดี เพื่อเชิญชวนลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ</p>
<p>การเตรียมพร้อมเบื้องต้นในการเริ่มต้นธุรกิจ สำหรับผู้สนใจเริ่มต้นธุรกิจ สามารถเปิดกิจการรูปแบบตึกแถวห้องค้า 1-2 คูหาได้ โดยคาดการณ์เงินทุนสำหรับซื้อผลิตภัณฑ์ 300,000-500,000 บาท ส่วนสินค้าได้รับความนิยมซื้อง่ายขายคล่อง ควรมีไว้บริการ ได้แก่ เครื่องบวชครบทุกรายการ อาทิ ผ้าไตรจีวร ย่าม บาตร ชุดนาค ธูป เทียนแพ ดอกไม้ครอบไตร ชุดกันเทศน์ ชุดทำขวัญนาค ต้นเทียน พานแว่นฟ้า เหรียญโปรยทาน ผ้าห่มนอน หมอนหนุน พวงมาลัย 7 สี แจกัน กระถางธูป เป็นต้น โดยผู้เริ่มธุรกิจใหม่ควรเลือกซื้อจากแหล่งที่จะสามารถช่วยลดต้นทุนและความเสี่ยงในการดำเนินการ ในเบื้องต้นสามารถหาแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้ทั่วไปตามร้านขายส่ง ในย่านเสาชิงช้า หรือที่ห้างสรรพสินค้าสังฆภัณฑ์ ที่มีสินค้าให้เลือกเป็นจำนวนมาก หรือจากแหล่งข้อมูลทางอินเตอร์เนต ซึ่งถือมีความสะดวกและรวดเร็ว อาทิ</p>
<ul>
<li>สินค้าเกี่ยวกับผ้า เช่น ผ้าแพร 7 สี ผ้าลูกไม้ ของชำร่วย หาซื้อได้ในตลาดพาหุรัด และสำเพ็ง</li>
<li>โต๊ะหมู่บูชา หาสั่งซื้อได้ในแถบจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและสุพรรณบุรีโรงหล่อพระพุทธรูป หาสั่งซื้อได้ในแถบจังหวัดราชบุรี</li>
<li>กระถางธูป เครื่องเซรามิค หาสั่งซื้อได้ในแถบจังหวัดลำปาง</li>
</ul>
<p>คุณภาพของสินค้า … หัวใจหลักของธุรกิจ ผู้ประกอบการในธุรกิจนี้เป็นผู้ผลิตสินค้าที่อิงกับกระแสพระพุทธศาสนา การที่จะทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินธุรกิจได้ในระยะยาว สิ่งสำคัญคือ การเน้นในเรื่อง “คุณภาพของสินค้า” ถือเป็นหัวใจหลักของธุรกิจสังฆทาน เนื่องจากในอดีตการทำธุรกิจสังฆทานที่ประสบปัญหาสินค้าหมดอายุ หรือสินค้าบางอย่างไม่เหมาะสมกับพระสงฆ์ ก่อเกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อธุรกิจสังฆทาน</p>
<p>ดังนั้น ความเชื่อใจระหว่างลูกค้าและผู้ประกอบการในเรื่องของคุณภาพสินค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ประกอบควรมีการตรวจสอบและคัดเลือกสินค้าที่ได้มาตรฐาน และจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ที่ระบุว่า จะต้องมีการติดฉลากบอกรายละเอียดของสินค้า เกี่ยวกับวันผลิต ส่วนประกอบ วันหมดอายุและราคา รวมไปถึงการแนบชื่อของบริษัทหรือร้านค้าของผู้ประกอบการลงไปในสังฆภัณฑ์ เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบ หากว่าสินค้าหมดอายุไม่ได้มาตรฐาน เป็นต้น ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่จะสามารถซื้อใจลูกค้าได้มากขึ้น</p>
<p>เจ้าของธุรกิจต้องเป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์ … พัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆอยู่เสมอ เพื่อนำมาพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลาย และสร้างความโดดเด่นให้แก่ธุรกิจของตนเพื่อเพิ่มโอกาสในการขาย นอกจากนี้ การเชื่อมโยงธุรกิจจำหน่ายชุดสังฆทานร่วมสมัยเข้ากับรูปแบบการตลาดแนวใหม่ หรือพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ ตามความถนัดของตนที่มีอยู่ อาทิ ธุรกิจแฟรนไชส์ ธุรกิจ Online หรือการสร้างพันธมิตรทางการค้าหรือเครือข่ายกับผู้ประกอบการในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกิจกรรมทางศาสนาอื่นๆ อย่างธุรกิจรับจัดงานทำบุญ ก็จะสามารถเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่จะเข้ามาสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจได้ เช่น</p>
<ul>
<li>บรรจุภัณฑ์คือหน้าตาของสินค้า3 ดังนั้น ควรมีการออกแบบการบรรจุ ให้มีความทันสมัย จะสามารถดึงดูดใจผู้บริโภคได้หลายหลากกลุ่ม มีการปรับกลยุทธ์การจัดวางสินค้าให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้ในหลากหลายระดับราคา เพื่อให้ลูกค้ามีสิทธิ์เลือก จัดสินค้าให้เป็นหมวดหมู่ หรือการจัดสินค้าที่เหมาะสมถวายในแต่ละโอกาส เป็นต้น</li>
<li>มีการนำเสนอรูปแบบการขายที่หลากหลาย เช่น การบริการให้คำปรึกษา และรับจัดงานพิธีกรรมทางศาสนาทุกประเภทและเต็มรูปแบบ โดยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ สามารถให้คำแนะนำในผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่จัดจำหน่ายทั้งลูกค้าที่มาซื้อของ หรือการบริการข้อมูลทางโทรศัพท์เพื่อสร้างฐานลูกค้าในอนาคต เป็นต้น</li>
<li>มีการทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอยู่เสมอ อาทิ การประชาสัมพันธ์ให้รู้จักร้าน มีแผนขยายบริการใหม่ๆให้แก่ลูกค้า เช่น การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและสั่งซื้อ อาทิ การเข้าไปเปิดจุดจำหน่ายตามสถานที่ที่มีประชาชนจำนวนมากอย่างสถานที่ราชการ โรงพยาบาล หรือย่านออฟฟิส หรือการให้บริการสั่งซื้อทางโทรศัพท์ เว็บไซต์ รวมไปถึงบริการจัดส่งถึงที่ เป็นต้น</li>
</ul>
<h3><span style="color: #ff00ff;">จุดแข็ง-จุดอ่อน-โอกาส-อุปสรรค ของธุรกิจจำหน่ายชุดสังฆทานร่วมสมัย</span></h3>
<table border="0" cellspacing="2" cellpadding="2" align="center">
<tbody>
<tr>
<td><strong>Strengths</strong>1) เป็นธุรกิจตอบโจทย์ของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ที่นิยมถวายสังฆทาน แต่มีข้อจพกัดในด้านเวลา<br />
2) ธุรกิจมีรูปแบบสินค้า และมีการบริการที่ครบถ้วน มีการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย<br />
3) การเริ่มต้นเข้ามาลงทุนในธุรกิจทำได้ง่าย เนื่องจากขั้นตอนการดำเนินธุรกิจไม่ซับซ้อน</td>
<td><strong>Weaknesses</strong>1) ความเชื่อถือในคุณภาพสินค้า มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ค่อนข้างสูง<br />
2) สินค้าที่มีความหลากหลาย หมายความว่าธุรกิจต้องมีพื้นที่จัดวางสินค้ากว้างพอสมควร ซึ่งจำเป็นต้องใช้เงินทุนสูง<br />
3) สินค้าตอบสนองวิถีชีวิตทางศาสนพิธี ไม่ใช่สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปทำให้ลูกค้าจะสนใจซื้อหาสินค้าเฉพาะเวลาเท่านั้น</td>
</tr>
<tr>
<td><strong>Opportunities</strong>1) สังคมไทย เป็นสังคมพุทธศาสนา คนส่วนใหญ่นิยมทำบุญและถวายสังฆทานในเทศกาลสำคัญอยู่เสมอ<br />
2) มีช่องทางที่จะพัฒนาธุรกิจและขยายการให้บริการ<br />
3) ความเร่งรีบในชีวิตประจำวัน และเวลาที่จำกัด ธุรกิจจำหน่ายสังฆทานร่วมมสมัย จึงเป็นทางเลือกของคนยุคใหม่</td>
<td><strong>Threats</strong>1) ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ถือเป็นคู่แข่งรายใหญ่ที่สามารถเข้าถึงฐานผู้บริโภคได้มากกว่า<br />
2) มีคู่แข่งใหม่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา โดยเฉพาะคู่แข่งธุรกิจสังฆทานดั้งเดิม<br />
3) การเติบโตของธุรกิจขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจในแต่ละปี ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อ</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong>โดยสรุป</strong> ธุรกิจจำหน่ายชุดสังฆทานร่วมสมัย นับว่าเป็นธุรกิจที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งนอกจากจะเป็นธุรกิจที่เชื่อมโยงกับวิถีของชาวพุทธทั่วไปที่นิยมถวายสังฆทานแล้ว ยังสามารถตอบสนองความสะดวกสบายของชาวพุทธยุคใหม่ ที่นิยมทำบุญด้วยการถวายสังฆทานให้พระสงฆ์ แต่มีข้อจำกัดด้านเวลาและต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น</p>
<p>การดำเนินธุรกิจจำหน่ายชุดสังฆทานร่วมสมัยให้ประสบความสำเร็จ หัวใจสำคัญควรอยู่ที่การสร้างความแตกต่างให้ธุรกิจสังฆทานดั้งเดิมที่มีอยู่ทั่วๆไป โดยผู้ประกอบการต้องมีความเข้าใจวิถชีวิตของคนในยุคปัจจุบัน และนำเสนอสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการที่มีความแตกต่างและน่าสนใจมากกว่า เพื่อที่จะเข้าถึงกลุ่มชาวพุทธยุคใหม่ที่มีกำลังซื้อ และต้องการความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น โดยเงื่อนไขที่สำคัญที่ผู้ประกอบการควรระลึกอยู่เสมอ คือ การประกอบธุรกิจนี้จะอิงกับกระแสพระพุทธศาสนา สิ่งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินธุรกิจและได้รับความไว้วางใจแก่ลูกค้าในระยะยาว คือ การสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคในเรื่องคุณภาพสินค้าและการบริการที่ตอบสนองความสะดวกสบายของผู้บริโภค ทั้งนี้ ผู้สนใจเริ่มต้นธุรกิจควรเป็นผู้มีความรู้ทางด้านพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างถ่องแท้ เพื่อที่จะได้แนะนำลูกค้าได้อย่างถูกต้อง และควรมีทำเลที่ตั้งกิจการที่จะสามารถดึงดูดความสนใจของผู้คนให้เข้ามาใช้บริการ อีกทั้งควรมีความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาและออกแบบพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆอยู่เสมอ เพื่อสร้างความความหลากหลาย เพิ่มโอกาสในการขายและดึงดูดใจผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มที่มีความต้องการสินค้าและบริการที่แตกต่างกัน</p>
<p>ข้อมูลสนับธุรกิจ SMEs</p>
<h2><strong>Ksme Analysis</strong></h2>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.smessmart.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b9%8c-%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2.html/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แนวโน้มโฉมหน้าใหม่ของธุรกิจ SMEs ในทศวรรษหน้า</title>
		<link>http://www.smessmart.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%98.html#utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a7%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%2589%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2598</link>
		<comments>http://www.smessmart.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%98.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 03 May 2012 17:13:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>SMEssmart</dc:creator>
				<category><![CDATA[Analysis & Research]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเอสเอ็มอี]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มธุรกิจ smes]]></category>
		<category><![CDATA[โฉมหน้าธุรกิจ smes]]></category>
		<category><![CDATA[โฉมหน้าใหม่ของธุรกิจเอสเอ็มอี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.smessmart.com/?p=3441</guid>
		<description><![CDATA[<p>SMEssmart!</p><p>"ยุคของเศรษฐกิจที่มีพื้นฐานมาจากความรู้ และความเข้าใจ การมีทุนโดยไม่มีความรู้และความเข้าใจ จึงมีความเสี่ยงสูงในการทำธุรกิจปัจจุบันและยากที่จะประสบความสำเร็จ" โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>SMEssmart!</p><h3><span style="color: #0000ff;"><strong>เส้นทางสู่ความสำเร็จในทศวรรษหน้า รออยู่ข้างหน้า </strong></span></h3>
<p>&#8220;ยุคของเศรษฐกิจที่มีพื้นฐานมาจากความรู้ และความเข้าใจ การมีทุนโดยไม่มีความรู้และความเข้าใจ จึงมีความเสี่ยงสูงในการทำธุรกิจปัจจุบันและยากที่จะประสบความสำเร็จ&#8221; โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ</p>
<p>แม้ว่ากิจการของท่านได้ประสบความสำเร็จตลอดมาจนถึงปัจจุบัน กระนั้นหากหวังจะเจริญรุ่งเรืองเช่นนี้ต่อไปในอนาคต ท่านก็ควรคาดการณ์แนวโน้มในอนาคตเตรียมไว้ ตลอดจนควรวิเคราะห์จุดอ่อนและจุดแข็งของกิจการของท่านเองรวมทั้งของคู่แข่งทางธุรกิจด้วย</p>
<h3><span style="color: #0000ff;"><strong>วงจรความรู้</strong></span></h3>
<p>ความสำเร็จของแต่ละบริษัทจะยิ่งต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับซัพพลายเออร์ที่ดี ลูกค้า สถาบันวิจัย การศึกษา เครื่องมือเครื่องใช้ และแม้แต่คู่แข่ง ซึ่งก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้ข้อมูล ความคิดใหม่ๆ และแนวทางแก้ปัญหาหลั่งไหลถ่ายเทได้อย่างรวดเร็วเพื่อประโยชน์ร่วมกันท่านคิดว่ากิจการของท่านโดดเด่นเพียงใดในด้านการทำงานเป็นทีม ด้านเทคโนโลยี และการฝึกอบรม ปัจจุบันท่านเตรียมยุทธศาสตร์ไว้อย่างไรบ้าง เพื่อรับมือความเปลี่ยนแปลงของตลาดในอนาคต ความเข้าใจและรู้จักปรับปรุงการดำเนินธุรกิจ โดยอาศัยวิธีการจัดการที่ทันสมัย คือปัจจัยสำคัญที่จะเพิ่มพูนผลกำไรจากธุรกิจให้แก่ท่าน</p>
<h3><span style="color: #0000ff;"><strong>แผนธุรกิจชัดเจน</strong></span></h3>
<p>การมี<a title="แผนธุรกิจ" href="http://www.smessmart.com/smes-business-plan" target="_blank">แผนธุรกิจ</a>ที่ชัดเจน ช่วยให้ท่านสามารถมุ่งปรับปรุงคุณภาพสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของลูกค้าจนเป็นที่พึงพอใจของลูกค้าได้ ท่านต้องหมั่นตรวจสอบและปรับปรุงแผนธุรกิจของท่านอยู่เสมอ เพื่อจะได้เข้าใจความต้องการใหม่ที่อาจเปลี่ยนแปรไปของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของท่าน</p>
<h3><span style="color: #0000ff;"><strong>เน้นความเชี่ยวชาญ</strong></span></h3>
<p>ท่านต้องประเมินความชำนาญของตัวท่านเอง เพื่อจะได้มุ่งทำสิ่งที่ท่านทำได้ดีและถนัดที่สุด โปรดอย่าลืมว่าท่านต้องทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อมุ่งทำธุรกิจที่ท่านมีความเชี่ยวชาญที่สุดเท่านั้น</p>
<p>ที่มา : bangkokbank.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.smessmart.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%98.html/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
